2010/Apr/08

 

เหอะๆๆๆๆ มีคนบ่นว่าจั่วหัวว่าสปอย เลยไม่อ่าน.... เชอะ อันนี้ไม่บอกละว่าสปอย 555+ (แล้วประโยคนี้คืออะไร? 555+)

 

มาต่อกันที่เรวาเทลล์คนสุดท้ายของภาคแรกกันเลย...

เป็นตัวละครที่ลับพอควร กมนี้จุดเด่นคือ จะเผยนางเอก 2 คนแรกออกมาก่อน แล้วพอเกมดำเนินไปได้สักพักเราก็จะต้องเลือกเส้นทางที่จะลงเอยกับคนใดคนหนึ่งใน 2 คน
แต่แล้วหลังจากนั้นเกมจะปล่อยคนที่ 3 ออกมา ซึ่งโมเอ้และน่าดึงดูดสุดๆ จนหลายๆ คนเลือกไปจบกะคนที่ 3 นี้ก่อนแล้วค่อยโหลดเซฟมาจบกับนางเอกที่เลือกไว้ตอนแรก แล้วถ้าขยันก็เริ่มเล่นใหม่(หรือโหลดเซฟตอนจะเลือกทางไว้)แล้วมาเล่นลงเอยกะคนสุดท้าย

ที่ว่าออริก้าสปอยแล้ว มิฉะสปอยกว่า... ชูเรเลียคงสปอยสุดๆ เพราะอ่านเรื่องราวของเธอก็เหมือนได้อ่านประวัติศาสตร์ของเกมนี้ไปด้วย... อยากรู้ว่าทำไมก็ลองอ่านดูสิ 555+ 

Shurelia (ชื่อจริง Eolia)

Type: Origin
Hymn Code: EOLIA_ANSUL_ARTONELICO
Install Point: เหนือสะโพกด้านหลังเล็กน้อย
 รูปร่างของ Install Point ของ Shurelia
Hymmnos Singer: Noriko Mitose (ชอบเพลงประกอบเกมโครโน่ครอสของเจ๊อ่ะ เหอะๆๆๆ)

ชูเรเลีย... สาวแบนแก่ผู้แอ๊บเด็ก... เธอไม่มีนามสกุลนะจ๊ะ เพราะเธอเป็นเรวาเทลล์รุ่นแรกที่เราเรียกกันในเกมว่า Origin พวก Origin นั้นมีเพียง 3 ตัวเท่านั้นบนโลกแห่ง Ar Ciel นี้ ก็คือ Shurelia(Eolia), Frelia และ Tilia(แบนกันทั้ง 3 คนเลย 555+) เห็นหน้าตาบ๊องแบ๊วแบบนี้ อย่าให้มันมาหลอกคุณได้! เธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ที่แก่ที่สุดในโลกนี้เลยก็ว่าได้! รูปลักษณ์ออกมาอาจจะดูเหมือนเด็กอายุ 15-16 แต่จริงแล้วในภาคแรกนี้ เธอมีอายุถึง 739 ปีเลยทีเดียว!! พวกออริจินนั้นถือว่าอมตะเลยก็ได้ เพราะพวกเธอนั้นเชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหอคอย Ar Tonelico ที่พวกเธอประจำอยู่ 100%(ซึ่งก็หมายความว่ามี Ar Tonelico แค่ 3 ที่กระจายอยู่บนโลก) ตราบใดที่หอคอยยังอยู่และทำงานอยู่ พวกเธอก็จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป และเมื่อใดที่หอคอยหยุดการทำงานลง พวกเธอก็จะตายไปด้วย(หรือหลับยาวมากกว่า จนกว่าจะมีใครมาเปิดหอคอยให้ทำงานอีกครั้ง) ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่านี้ก็เคยเกิดขึ้นในเกมเหมือนกัน เมื่อชูเรเลียต้องการปิดตายไวรัสมีร์ไปกับหอคอย เธอได้ร้องเพลง EXEC_SUSPEND/. ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้หยุดการทำงานของหอคอย หรือคล้าย Shut Down/Stand by mode ของหอคอยนั่นแหล่ะ... ซึ่งเมื่อเธอร้องเพลงนี้จบแล้ว หอคอยก็หยุดการทำงานทั้งหมด และเธอก็ตายไปพร้อมๆ กันด้วย ไม่วายต้องให้ไลเนอร์เศร้าซะจนต้องไปตามหา Hymn Crystal ที่มีเพลง Re=Nation ที่ทำให้หอคอยกลับมาทำงานอีกครั้งจากสภาพแสตนด์บาย และก็ต้องให้ ออริก้า มาเป็นคนร้อง EXEC_RE=NATION/. เพื่อปลุกชูเรเลียขึ้นมาพร้อมกับหอคอย และก็มาหาทางจัดการกับมีร์กันต่อไป (ซึ่งในเกมเราจะเลือกได้ว่าจะจบตอนที่ชูเรเลียหลับไปเลยก็ได้ แต่จะเป็น Bad End) จริงๆ แล้ว Origin ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น Admin ของหอคอย Ar Tonelico นั่นแหล่ะ โดยปกติเธอมักจะอยู่คนเดียวบนชั้นสูงสุดของหอคอยที่ยื่นออกมานอกอวกาศที่ชื่อว่า Rinkanator ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของเธอ อยู่บนนี้เธอจะสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกได้ และเมื่อมีเหตุไวรัสอาละวาดในหอคอย เธอก็จะลงมาที่พลาติน่า เพื่อช่วยอัศวินแห่งเอเลเมียสู้กับมัน
ความจริงแล้วอย่างที่เขียนไว้ด้านบน Shurelia ไม่ใช่ชื่อจริงของเธอ แต่เป็นชื่อที่เธอได้รับมาอีกที เดิมทีนั้นชื่อของเธอคือ Eolia(เอโอเลีย) ชื่อชูเรเลียนั้นเธอได้รับมาจากคนที่เหมือนกับพ่อของเธออีกทีนึง เขาคือ เอเลโน่ เอเลโน่เป็นหลานของผู้ค้นพบ Songstone หรือ "บิดาแห่งศาสตร์เสียงเพลง" เดิมทีเขามีลูกสาวนามว่าชูเรเลีย แต่เมื่อตอนที่สร้างหอคอย Ar Tonelico ในยุคแรก(First Era) นั้น เกิดอุบัติเหตุทางระบบรักษาความปลอดภัยขึ้น ทำให้ลูกสาวของเอเลโน่ต้องเสียชีวิตไป นี่ทำให้เอเลโน่เสียใจมาก จนกระทั่งฝ่ายรัฐยาลยื่นขอเสนอโปรเจ็ค Reyvateil ซึ่งเป็นโปรเจ็คการสร้างมนุษย์ประดิษฐ์เพื่อมาเป็นเหมือน Mother-Brain ที่สามารถเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหอคอยได้อย่างสมบูรณ์ เอเลโน่ได้พบกับเอโอเลียเป็นครั้งแรก แต่เขากลับรู้สึกเหมือนรู้จักเธอมาทั้งชีวิต เพราะเอโอเลียนั้นละม้ายคล้ายกลับลูกสาวที่เสียชีวิตไปแล้วของเขามาก จนเอเลโน่เรียกเอโอเลียว่า "ชูเรเลีย" ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาวจริงๆ ของเขาแทน เอโอเลียเองก็ใช้ชื่อชูเรเลียมานับตั้งแต่นั้น และเอเลโน่ก็รักเธอเหมือนกับลูกสาวแท้ๆ ของเขามาก ในการที่ชูเรเลียจะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหอคอยได้นั้นยุ่งยากมาก เพราะเธอจะต้องได้รับการ Install เพื่อปรับคลื่น H-Wave ของเธอให้ตรงกับของหอคอย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเจ็บปวดให้เรวาเทลล์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครอยากดูสามารถค้นในยูทูปได้ เป็นฉากที่โด่งดังของเกมนี้เหมือนกัน(ฉากที่ผู้เล่นดูแล้วคิดกันไปไกลเกิน...) แต่เพราะเอเลโน่เป็นคน Install ชูเรเลียถึงสามารถทนได้ เพราะความรักของเอเลโน่ที่มีให้ชูเรเลียนั้นท้วมล้นมากมาย เธอมักจะอยู่กับพ่อเลี้ยงของเธอในห้อง Orgel of Origin เพราะเธอชอบมันมาก และหลังจากที่ชูเรเลียสามารถเชื่อมต่อกับหอคอยและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้แล้ว ในวันเกิดปีนั้น(วันเกิด 6 ขวบ 555+) เอเลเน่ก็ทำจี้ห้อยคอให้แก่เธอ เป็นจี้ห้อยคอที่เล่นเพลงเพลงเดียวกับ กล่องเพลงที่บิดาแห่งศาสตร์เสียงเพลงบรรพบุรุษของเอเลโน่ทำให้แก่ลูกสาวของเขา แต่แล้วเมื่อเกิดภัยพิบัติ Grathnode Inferia ที่ทำให้โลกเกือบทั้งใบปกคลุมไปด้วย Sea of Death เหนือผิวดิน และ Blastline บนท้องฟ้า ที่เมื่อมนุษย์ได้สัมผัสกับมันแล้วจะละลายหายไปในทันที เอเลโน่ก็เสียชีวิตเมื่อเขาพยายามหาทางป้องกันไม่ให้ความเสียหายรุนแรงไปมากกว่านี้ ชูเรเลียต้องร้องเพลงอยู่ติดต่อกันนานมากในห้อง Parameno Room ของหอคอยเพื่อลดความเสียหายจาก Grathnode Inferia และเมื่อเธอกลับออกมาและทราบข่าวการตายของเอเลโน่ ทำให้เธอเสียใจมาก แต่เธอยังมีโรวาร์คนที่ต่อมาเธอนับถือเหมือนพี่ชายและนีธซึ่งเป็นคนของประธานาธิบดีแห่งเอเลเมีย ก็อยู่เป็นเพื่อนของเธอ และต่อมาไม่นานก็เข้าสู่ยุคที่2 และชูเรเลียก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาสูงสุดแห่งเอเลเมีย ซึ่งงานที่สำคัญของเธอก็คือการสร้างระบบ Silver Horn ที่จะช่วยทดแทน Grathnode Disc ที่เสียหายไปใน Grathnode Inferia และนอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาสภาวะอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของเกาะลอยฟ้ารอบๆ หอคอยด้วย เนื่องจากหลังจาก Grathnode Inferia ผู้คนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนพื้นโลกได้ พวกเขาจึงต้องปีนหอคอยขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะลอยฟ้า ชูเรเลีย โรวาร์ และ นีธ ในช่วงนี้ พวกเขาจะชอบไปที่ Tail of Reminisce เพื่อสร้างเครื่องบิน ชูเรเลียเริ่มกลายเป็นคนที่รักการผจญภัยขึ้นมาในตอนนั้น
หลังจากที่ Silver Horn เสร็จสมบูรณ์ ชูเรเลียก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมระบบของ Silver Horn แต่แล้วก็เกิดรัก 3 เศร้าขึ้น โรวาร์เพื่อนของชูเรเลียและเป็นหัวหน้าทีมสร้าง Silver Horn เกิดตกหลุมรักชูเรเลีย แต่ะชูเรเลียดั๊นไปหลงรักนีธเพื่อนอีกคนซะได้ และเมื่อนีธกลายเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป เขาก็ได้สร้างสนามบินที่ Tail of Reminisce แต่ถ้าจะให้เสร็จสมบูรณ์เขาจะต้องนั่งเครื่องบินเดินทางไปยังสุดขอบโลก เพราะความไม่ลงรอยกันของโรวาร์และนีธ ทำให้ชูเรเลียเสียใจและไม่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับใครอีก
หลังจากนั้นชูเรเลียก็ยังไปที่ Tail of Reminisce บ่อยๆ เธอจะมองขึ้นมาที่ Silver Horn บนหอคอย แล้วจะขบคิดสิ่งใหม่ๆ ที่เธอจะทำกับมัน และในวันหนึ่ง เธอก็พบกับเพื่อนใหม่ของเธอที่ต่อมาจะเป็นคนที่ช่วยโลกไว้ เธอคือ ทาสทีเอลล่า เทรุสาวคนหนึ่ง ทั้ง 2 กลายเป็นเพื่อนกัน และทาสทิเอลล่าก็มอบเครื่องดนตรีอันเล็กๆ รูปดาวให้แก่ชูเรเลีย และบอกให้เธอว่าถ้าต้องการเธอเมื่อไหร่ ก็ให้ชูเรเลียเล่นมัน
หลังจากที่ Silver Horn เสร็จสมบูรณ์ ก็ได้มีสัตว์ประหลาดอาละวาดมากมาย เป็นปัญหามาก จนทำให้ชูเรเลียต้องยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง เธอสอนมนุษย์ในการสร้าง Pureblooded Beta-type Reyvateil ขึ้นมาโดยการโคลนพวก Beta-type ซึ่งเป็น clone ของ Origin อีกที การที่เธอนำศาสตร์แห่งเสียงเพลงมาสอนแก่มนุษย์อีกครั้ง เพื่อที่จะให้นำศาสตร์มาใช้ประโยชน์ไม่ใช่นำมาใช้ในการสงคราม อย่างที่ในยุคแรกใช้จนทำให้เกิด Grathnode Inferia ซึ่งแน่นอน ว่าหลังจากนั้นพวกมนุษย์ก็สร้างพวก Pureblooded Beta-type ออกมามากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ Pureblooded Beta-type Reyvateil ที่เก่งกาจที่สุดนามว่า Mir(แท้จริงแล้วไวรัสมีร์ก็คือเรวาเทลล์เหมือนกัน) ในตอนแรกมีร์ถูกสร้างขึ้นมาโดยไร้ความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ ไร้ความต้องการใดๆ ชูเรเลียอึ้งและรู้สึกเหมือนเธอถูกทรยศในคำมั่นสัญญาที่มนุษย์เคยให้ไว้กับเธอ ผู้คนก็เริ่มสร้างเรวาเทลล์แบบมีร์ขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เหล่าเรวาเทลล์รุ่นก่อนๆ ไม่พอใจ และเริ่มแสดงออกอย่างรุนแรง เกิดเป็น Human-Reyvateil War ขึ้น มนุษย์ได้รับชัยชนะ และมีร์ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมระบบทั้งหมดของ Silver Horn แทนชูเรเลีย ระหว่างนั้นเธอก็ได้เริ่มมีความรู้สึกนึกคิด และมันก็พัฒนาไปเป็นความเกลียดชังมนุษย์ เมื่อมีร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมระบบทั้งหมดของ Silver Horn... เธอก็ใช้สติปัญญาความรู้อันไม่มีใครเทียบได้ของเธอเจาะเข้าระบบของ Ar Tonelico ผ่านทาง Silver Horn แล้วเริ่มก่อกบฏขึ้น ผู้คนเริ่มหันมาหาชูเรเลีย ซึ่งเมื่อการประชุมเริ่มขึ้นชูเรเลียก็เดินเข้าสู่กับดักที่มนุษย์ได้วางเอาไว้ พวกมนุษย์จับเธอไว้ และจับเธอเข้ารับการทดลองเพื่อทำให้เธอไร้ความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ต่างๆ เหมือนกันที่ทำกับมีร์ ซึ่งมีร์เองก็มาช่วยชูเรเลียเอาไว้ได้ แต่การช่วยเหลือนั้นคือฆ่ามนุษย์ทุกคนในห้องนั้น ชูเรเลียไม่เคยขอบคุณมีร์เลย เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับการฆ่ามนุษย์อันโหดร้ายของมีร์นั้น หลังจากนั้นมีร์ก็แฮ็คระบบ Ar Tonelico และร้องเพลง... เพลงที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายของชูเรเลียจากภายใน และสิ่งที่มีร์ต้องการก็เกิดผล ทวีปลอยฟ้าที่มนุษย์อาศัยอยู่ คือ Wing of Horus เฉพาะทางฝั่งขวาให้ร่วงลงสู่ Sea of Death ซึ่งนั่นทำให้ชูเรเลียโกรธมาก และประกาศสงครามกับมีร์
มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร มีร์มักนำเธอเสมอก้าวหนึ่ง ทำให้ชูเรเลียหมดหวัง และในขณะนั้น เธอจำสัญญาที่เธอให้ไว้กับเพื่อนคนหนึ่งได้ เธอเล่นเครื่องดนตรีที่ทาสทิเอลล่าให้ไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ
ทาสทีเอลล่าปรากฏตัวอีกครั้ง และเธอก็กักขังมีร์ไว้ใน Grathnode Crystal แต่มีร์ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เธอใช้ Silver Horn นำโลกในจิตใจของเธอเองเข้าไปอยู่ใน Ar Tonelico และเปลื่ยนมันให้กลายไปเป็นไวรัสนาม Shadow วิ่งว่อนอยู่ในหอคอย ซึ่งทาสทีเอลล่าก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง ด้วยการสละชีวิตของตัวเองเพื่อกลายไปเป็น Crescent Chronicle กักขังมีร์ และไวรัสของเธอไว้... การทำงานของเจ้า Crescent Chronicle นี้ก็คือการเช็คการเคลื่อนไหวของไวรัส Shadow ในหอคอย เมื่อมันเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ Crescent Chronicle จะแฮ้คเข้าไปในร่างกายของมีร์ แล้วหยุดการเชื่อมต่อระหว่างมีร์กับชาโดว์ทำให้ชาโดว์ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อีก และเธอก็ให้ Pureblooded Beta-type อีกคนที่ชื่อว่า ลูน ต้นตระกูลของมิฉะ ร้องเพลง Chronicle Key เพื่อกักขังมีร์และไวรัสไว้ Pureblooded Beta-type ไม่ได้เป็นอมตะเหมือนกับ Origin ลูนจึงเก็บยีนของเธอไว้ เพื่อนำมาใช้ในการสร้าง Pureblooded Beta-type คนใหม่ที่เป็นทายาทของเธอ และส่งผ่านเพลง Chronicle Key และมันก็ถูกส่งต่อมาเรื่อยๆ จนถึงคนสุดท้ายของตระกูลก็คือ ลูน รุ่นที่ 31 มิฉะนั่นเอง
หลังจากที่สงครามยุติและยุคที่3 ได้เริ่มต้นขึ้น ผู้คนก็เริ่มกลับมาฟื้นฟูสิ่งที่เสียหายไปใหม่ ชูเรเลียก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง เธอแบนศาสตร์แห่งเสียงเพลง และทดแทนด้วยศาสตร์แห่งการ Grathmeld ซึ่งก็คล้ายๆ กับการ ปรุงยาหรือผสมผสานสิ่งต่างๆ เข้าด้วย อารมณืเหมือนเอา Black Smith+Alchemy ซึ่งระบบนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากซีรี่ย์สุดฮิตของค่ายเดียวกันก็คือ Atelier นั่นเอง ชูเรเลียปรับระบบของ Silver Horn ขึ้นมาใหม่ เพื่อนำมาใช้ในการทำ Grathmeld ในช่วงก่อนเริ่มเกมไม่นานนั้น ชูเรเลียเป็น 1 ใน 3 ผู้รู้ Three Magi ซึ่งคอยปกครองเมืองพลาติน่าอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่กลางหอคอยใกล้กับ Blastline
หลังจากร่ายประวัติมายาวเหยียด(ก็แก่ที่สุดในเกมนิ่ เหอะๆๆๆ) ก็มาพูดถึงด้านอื่นๆ บ้าง ชูเรเลียเป็นคนที่ชื่นชอบกระต่ายมาก ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็จะให้ออกมาเป็นรูปกระต่ายหมด และอาจจะเป็นเพราะความไม่รู้เรื่องโลกภายนอกของเธอเนื่องจากเธอมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในหอคอย เธอก็มักจะไม่เข้าใจเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับความรู้ที่เธอมี ชูเรเลียยังเป็นคนที่ป้ำเป๋อๆ มาก เพราะมักจะเดินหลงทางบ่อยๆ แม้แต่ในหอคอยของตัวเอง และเวลาเธอสู้ เราก็มักจะเห็นเธอหกล้มหัวฟาดเวลาที่ใช้เวทมนต์ เพราะพลังเวทมนต์ที่เธอใช้มันแรงมาก 555+ เธอเองก็เป็นคนที่ไม่รู้จะพูดตรงๆ ยังไง มีครั้งนึงที่เธอจะชวนไลเนอร์ออกไปเดินเล่น เธอบอกกับเขาว่า เป็นการตรวจตราแบบลับๆ เฉพาะเธอกับอัศวินเอเลเมียเท่านั้น แอบน่ารัก 555+ ถึงแม้ว่าเธอจะอายุเยอะแค่ไหน แต่ก็ชอบทำตัวเหมือนเด็ก และเธอจะดีใจมากถ้ามีคนบอกว่าเธอเด็กแค่ไหน จนมีร์เคยคิดอยากจะซื้อเค้กที่ปักเทียน 740 เล่มมอบให้ในวันเกิด (แผนชั่วร้ายแบบไฮโซนะนี่ 555+)

เรามาดูชุดของชูเรเลียกันเถอะ
โลกในจิตใจของเรวาเทลล์เราเรียกว่า Cosmosphere แต่สิ่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นหลังจาก สร้าง Origin เสร็จ พวกเธอจึงไม่มี Cosmosphere เป็นของตัวเอง
สิ่งที่พอจะเรียกว่า Cosmosphere ของ Origin ได้นั้นก็คือ Binary Field ของหอคอย... ซึ่งใน Binary Field นั้นเป็นแค่พื้นที่โล่งๆ ไม่มีอะไรเลย เพราะมันไม่ใช่โลกในจิตใจที่แท้จริง แต่ก็สามารถเล่นเกมต่างๆ ได้ เพื่อความสนุกสนาน หรือก็คือการสร้าง Cosmosphere หลอกๆ ให้ออกมาในรูปแบบของการสวมบทบาทตัวละครเล่นกันมากกว่าที่จะเป็นการพูดถึงการแก้ปัญหาในจิตใจของตัวละคร ดังนั้นเธอจึงมักจะได้ใจของผู้เล่นหลายๆ คนเพราะใน Binary Field ของเธอนั้น เซอร์วิสเน้นๆ 555+
ชุดต่างๆ ของชูเรเลียนั้นไม่สามารถนำมาใช้สู้ได้ มันเป็นแค่ชุดใส่เล่นใน Binary Field เท่านั้น

Linkage

ชุดนี้เป็นชุดที่เราเห็นชูเรเลียในช่วงแรก เธอจะใส่ชุดนี้ตลอดเวลาก่อนที่ออริก้าจะมาร้องเพลง Re=Nation หลังจากนั้นเธอจะเข้าร่วมกลุ่ม ซึ่งเราสามารถให้เธอใส่เกราะชุดนี้หรือใส่แค่ชุดธรรมดาของเธอก็ได้ ปกติชูเรเลียจะรู้สึกไม่มั่นใจถ้าไม่ได้ใส่ชุดนี้ ชูเรเลียทำชุดนี้ขึ้นมาเนื่องจากชีวิตที่ถูกมนุษย์ทรยศหัวใจของเธอไปมาก จึงทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในเกราะอันแข็งเย็นนี้เพื่อเยียวยาจิตใจ นอกจากนี้ยังเป็นชุดหลอกตาที่ดีโดยเฉพาะแผ่นเกราะอกสีทอง ที่ปิดบังความแบนของเธอได้เนียนได้อีก 555+

Summer Breeze

ชุดที่ชูเรเลียมักจะใส่บ่อยๆ ใน Binary Field ของเธอ เป็นชุดใส่สบายในหน้าร้อน และเรื่องราวใน Binary Field ก็อยู่ในช่วงหน้าร้อนอีกด้วย ออกแนว Summer Love เรื่องราวของเด็กมัธยมสาวโทกาซากิ เลย์ล่า(ชื่อของชูเรเลียใน Binary Field ใน Binary Field นี้ทุกคนจะถูกเปลื่ยนชื่อให้กลายเป็นชื่อที่ดูญี่ปุ่นๆ ทุกคน เช่น ไรนะ โอริกะ ส่วนมิฉะมันยุ่นอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลื่ยน 555+) ซึ่งเลย์ล่าเป็นไวรัสที่ความจำเสื่อม เธอมีพลังที่เธอนึกว่าสามารถใช้ช่วยโลกได้ซึ่งแท้จริงเป็นพลังของไวรัส และด้วยพลังของไรนะ เธอก็แปลงร่างเพื่อสู้กับเหล่าร้าย

 Monet

ชุดนักเรียนของเด็กม.ปลายปีหนึ่ง คนออกแบบเค้าตั้งใจออกแบบให้ชูเรเลียดูเด็กที่สุดในสาวทั้ง 3 คน(ซึ่งขัดกะอายุจริงได้อีก 555+) ชื่อชุดอ่านว่า โมเน่ต์(โม-เน่) นะจ๊ะ ซึ่งในบท เลย์ล่าจะเป็นนักเรียนที่อยู่รร.เดียวกันกับไรนะ ซึ่งก็เป็นคู่แข่งความรักกับโอริกะ เพื่อนสาวไรนะที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กผู้ที่คอยดูแลไรนะ เนื่องจากเขาอาศัยอยู่คนเดียว และยังแอบชอบไรนะมาตลอด แต่ยังไงไรนะก็คิดกับโอริกะได้แค่เพื่อน เลย์ล่าคือตัวจริงของเขา และเลย์ล่าก็มาทำหน้าที่ดูแลนั่นนี่ให้ไรนะ

Corsette

ชุดเมดของสาวเมดคาเฟ่แสนโมเอะ ที่เซอร์วิสผู้ชื่นชอบเมดๆ ได้ไม่น้อย ในบทของเลย์ล่านั้น เธอเจอกับไรนะครั้งแรกในชุดนี้ ในฐานะพนักงานเสิร์ฟที่เมดคาเฟ่แห่งหนึ่งที่เธอทำงานพิเศษอยู่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เจอกัน และเป็นครั้งแรกที่ไรนะจับมือกับเลย์ล่าทำให้เธอแปลงร่างมาสู้กับไวรัสเป็นครั้งแรก โฮะๆๆ อ่านๆ ไปแล้ว บทใน Binary Field ค่อนข้างจะไร้สาระนิดๆ+เซอร์วิสแบบน่ารักๆ ใช่ย่อย ตอนหลังเนื่องจากทำร้านพัง เธอก็โดนไล่ออก ทำเอาหนุ่มไรนะต้องรับผิดชอบแบบฮาๆ

ENJIB

ชุดพละนักเรียนที่เรียกพ่อยกได้เป็นแถวด้วยเสื้อพละผ้าค็อตต้อนสีขาวกับกางเกงบลูมเมอร์อันเป็นสัญลักษณ์ แสดงถึงความเรื่อยเปื่อย ไม่ซีเรียสของเรื่องราวใน Binary Field ของเธอได้เป็นอย่างดี ชุดก็เหลือเกิน ทำซะแบ๊วจนลดอายุไปเย๊อะเลยนะนี่ ชอบล่ะสิหล่อนน่ะ 555+

Blue Navy Swimsuit

ชุดว่ายน้ำนักเรียนที่ได้ใจพ่อยกแม่ยกกันไปอีกนัด ชุดสีเข้มดูจะเข้ากับชูเรเลียได้ดีเลยทีเดียว ชุดนี้เรียกว่าเป็นชุดที่เธอใส่มาเพื่อสลิดอาจจะเป็นได้ (ล้อเล่นนะจ๊ะ) ไรนะกับเลย์ล่าไปว่ายน้ำด้วยกันเหมือนเป็นเดท แต่ไรนะกลับพบว่าเลย์ล่าว่ายน้ำไม่เป็น ก็เป็นเวลาทำคะแนนของหนุ่มไรนะเลยทีเดียว... จริงๆ เจ๊แกอาจจะวางแผนมาแล้ว 555+ (ไม่ใช่หรอก) ได้ข่าวว่าในเกม Cross Edge เจ๊แกใส่ชุดนี้แบบปล่อยผม...

Colorful Breeze

ชุดยูกาตะสีสันสดใส สำหรับใส่ไปเที่ยวงานเทศกาล(งานวัดนั่นแหล่ะ = =" )ในช่วงซัมเมอร์ เทศกาลที่มีการตักปลาทอง ยิงเป้า เล่นลูกโป่งน้ำ ใส่หน้ากาก และดอกไม้ไฟ เห็นชุดนี้ทีไรนึกถึงไฟเย็นทุกทีสิ คงเป็นเพราะชุดเที่ยวงานเทศกาลของFFX-2 ทำพิษ 555+ ชูเรเลียใส่แล้วดูน่ารักขึ้นเป็นกอง น่าเสียดายจริงๆ ที่เอาออกมาใส่สู้ไม่ได้ ในบทไรนะกับเลย์ล่ามาเที่ยวงานเทศกาลหน้าร้อนด้วยกัน และทั้งสองก็ได้ยืนดูดอกไม้ไฟด้วยกัน เป็นฉากที่น่าประทับใจอีกฉาก...........ล่ะมั้ง?

Engagement

ชุดแต่งงานสุดหรูและสวยงามสีขาว ดีไซน์ในคอนเซ็ปท์ดอกไม้... ดอกไม้อันไม่จีรังที่ไม่นานก็ร่วงโรยไป เข้ากับบทใน Binary Field มาก เพราะเป็นตอนที่หลังจากเลย์ล่าพบความจริงเกี่ยวกับตัวเอง และรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ไรนะขอเธอแต่งงานเพื่อว่าพวกเขาจะเป็นคู่กันตลอดไป (น้ำเน่าซะไม่มี) ซึ่งตอนหลังก็พบว่าเป็นการกระทำของมีร์ที่เข้ามายุ่งกับบทเพื่อแกล้งชูเรเลีย ถึงแม้จะมีอิมเมจของดอกไม้ที่กำลังร่วงโรย แต่ก็ขัดกับที่เธอมีชีวิตอยู่มาแล้ว 700 กว่าปีเหมือนกันนะ 555+

Lita

ชุดของสาวลิต้า จากเกม Aterier Iris ซึ่งชุดนี้เป็นชุดพิเศษที่จะเห็นในเกมได้ก็ต่อเมื่อเลือกลงเอยแบบ Happy Ending กับชูเรเลียเท่านั้น... จะว่าไปชุดชูเรเลียก็หาง่ายนะ... มีแต่มิฉะที่ต้องมานั่งตัดเอง = =" เฮ่อ...

และนี่ก็ชุดที่ใส่ไป Cameo กับ Binary Field ของเฟรเลีย... ในนั้นเธอก็ยังคงใช้ชื่อว่า เลย์ล่า เหมือนเดิม... เรียกใจพ่อยกแม่ยกให้กลับมานึกถึงภาคเก่าๆ ได้พอควร... ในนั้นเธอรับบทเป็นหนึ่งในสปายขององค์กรลับอันชั่วร้ายที่บังเอิญเดินหลงทางในองค์กรของตัวเองมาเจอพวกพระเอกพอดี จริงๆ เธอปรากฏตัวก่อนหน้านั้นด้วย เธอมาในฐานะ "เพื่อนเก่า" ที่มาช่วยปลดล็อคประตูผ่านการแฮ็ค Binary Field... แต่คือหน้าเปลื่ยนได้อีก... ความโมเอ้หดหายหมด 555+

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

อา... ไหนๆ สามสาวจากภาคแรกก็เสร็จกันไปแล้ว... มีของแถมมาให้ดูด้วย!

มันก็คือ Initial Sketch หรือก็คือแบบแรกๆ ของสามสาวนั่นเอง!!

 

ออริก้านี่ดูดีสุด...
ในสามสาวนี้ ชูเรเลียดูจะเปลื่ยนดีไซน์เยอะที่สุด จนมาลงตัวในแบบปัจจุบันที่โมเอะๆ... อันเก่าๆ ออกแนวสาวพลังจิตนิดนึง = ="
ส่วนมิฉะเริ่มแรกออกแบบในร่างโตก่อน แล้วร่างเด็กก็ตามมาทีหลังตามเนื้อเรื่อง

แสกนอาจจะใหญ่ไป.... กดลิ้งไปดูเองละกัน เหอะๆๆๆ

http://artonelico.isisview.org/wiki/images/f/f3/At1_p38-39_translated.jpg

 

คราวหน้าอาจจะมาต่อด้วยสาวๆ จากภาค 2.... ไม่รู้จะอัด 3 คนไปเลยดีมั้ย เหอะๆๆๆ

edit @ 9 Apr 2010 07:16:28 by - ไคริ -~#{Silver Key}#~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha:  คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แก่ขนาดนั้นเลย เหอ ๆ
ไม่อยากจะเชื่อ แต่หน้าตายังน่ารัก หยวน ๆ ให้ก็ได้ มีรักสามเศร้าด้วยนะ เหอ ๆ

ชุดว่ายน้ำนักเรียน ดูแล้วเหมือนผู้ชายซะมากกว่าอ่ะ เหอ ๆ ดูแล้ว ชุดเมดเข้าสุดแล้วล่ะ
ถึงอายุจะไม่เข้าก็เหอะ เอิ๊ก
#1  by  Steelbus At 2010-04-09 07:46, 
เหอะๆๆๆๆๆๆ

เป็นอมตะง่ะ เหอะๆๆๆ
เอ่อ แต่พึ่งสังเกตุเหมือนกันว่าชุดว่ายน้ำหน้าเหมือนผู้ชาย เหอะๆๆๆ
#2  by  - ไคริ -~#{Silver Key}#~ At 2010-04-09 08:27, 

<< Home