มาต่อกันเลย
Cloche Leythal Pastalie
Type: Third Generation/I.P.D. Reyvateil
Hymn Code: None
Install Point: ที่รักแร้ข้างซ้าย
รูปร่าง Install Point ของ Cloche(รูปพระอาทิตย์ เข้าคู่กับรูปพระจันทร์ของ Luca)
Hymmnos Singer: Akiko Shikata
โคลเช่ เลธาล พาสตาเลีย... เจ้าหญิงซึนเดเระผู้มุ่งมั่น... Cloche เป็นตัวละครที่ค่อนข้างซึน ถึง ซึนมาก ถ้าหากอ่านจากของ Luca มาก็จะรู้ว่า เธอเป็นเพียงตัวปลอมที่เอามาแสดงหน้าม่านว่าเป็นมิโกะอันศักดิ์สิทธิ์รุ่นที่ 33 โดยปกติตำแหน่งมิโกะนี้จะร้องเพลงเพื่อให้ความหวังแค่ปวงชน แต่เธอไม่สามารถร้องเพลงของมิโกะได้ เธอจึงให้ความหวังผู้คนในรูปแบบของการเป็นนักพูด หรือเป็นโฆษกให้กับรัฐบาล Grand Bell ใหม่ของ Alfman จริงๆ แล้วเธอเป็นมากกว่าตัวแสดงแทน แต่เธอยังเป็นมิโกะอีกคนอีกด้วย Cloche คือมิโกะแห่งสายน้ำ(Mio no Miko/澪の御子) รุ่นที่ 2 มิโกะที่สามารถควบคุม Infel Phira ได้ ซึ่งการที่จะควบคุม Infel Phira ได้ ก็จะต้องเป็น I.P.D. ด้วย Cloche ก็เป็น I.P.D. แบบ Negative ที่หายากนั่นเอง
ความจริงแล้ว I.P.D. เป็นชนิดของเรวาเทลล์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการสร้างแผ่นดินใหม่ แผ่นดินแห่ง Metafalica ซึ่งพวก I.P.D. นั้นจะมีลักษณะพิเศษคือ แทนที่จะมี Song Server เป็น Ar Tonelico พวกเธอจะใช้ Infel Phira เป็น Song Server แทน ซึ่ง Infel Phira เป็น Server ที่สนับสนุนภาษารูปแบบพิเศษที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเหมือนกัน เรียกว่า New Testament Pastalie หรือเรียกโดยย่อว่าภาษา Pastalia เป็นรูปแบบหนึ่งของภาษา Hymmnos ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก เพราะถูกปรับปรุงให้มีการพูดได้รวดเร็วกว่า อีกลักษณะพิเศษของ I.P.D. ก็คือพวกเธอจะมี Shared Conscious Field ใน Cosmosphere เลเวล 8 และ 9 ซึ่งแตกต่างจากเรวาเทลล์ปกติที่จะมี Shared Conscious Field อยู่หลังเลเวล 9 ที่ไม่สามารถ Dive เข้าไปได้ หมายความว่า I.P.D. จะสามารถเชื่อมต่อจิตใจกันได้ทั้งหมดในเลเวล 8 และ 9 ของ Cosmosphere ซึ่งจุดนี้จะถูกนำมาใช้ในการสร้าง Metafalica หลังจากสงครามระหว่างเทพธิดากับมนุษย์จบลง Infel Phira ก็ถูกปิดลงเพราะไม่สามารถสร้าง Metafalica ได้ ก่อให้เกิดความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวย่ำแย่ และไม่ปลอดภัยให้แก่ I.P.D. และเมื่อความรู้สึกเหล่านั้นสะสมอยู่ใน Infel Phira มากเกินไป ตัวตัด Limit ของ Infel Phira ที่เสียหายไปทำให้ความรู้สึกย่ำแย่พวกนั้นทะลักออกมา จนทำให้พวกเธอเกิดคลุ้มคลั่งและทำลายสิ่งรอบๆ ตัว ซึ่งข้อนี้ก็พัฒนามาเรื่อยๆ ความรู้เกี่ยวกับ I.P.D. ก็ค่อยๆ สูญไปเรื่อยๆ จนผู้คนคิดว่า I.P.D. เป็นโรคของเรวาเทลล์ นอกจากนี้พวก I.P.D. จะไม่มี Mind Guardian เพราะ Mind Guardian เกิดมาจากการก่อตัวของความรู้สึกใน Cosmosphere ที่ลึกที่สุด เมื่อชั้นที่ลึกที่สุดของ I.P.D. เป็นเขต Shared Conscious Field ทำให้ความรู้สึกที่ก่อเกิดในชั้นเหล่านั้น สลายไปโดยง่าย พวกเธอจึงไม่สามารถสร้าง Mind Guardian ของตนได้ I.P.D. ยังมีความสามารถในการผสานเข้ากับ Infel Phira หรือค่าการดึงพลังมาใช้ ซึ่งจะแบ่งออกมาเป็นค่าตัวเลข 1-9 เรียงจากดึงได้น้อยมาจนถึงดึงได้มากที่สุด แล้วยิ่ง I.P.D. ที่สามารถดึงพลังจาก Infel Phira เลเวลสูงๆ เกิดอาละวาดก็จะยิ่งอันตรายมาก สำหรับ I.P.D. ที่มีค่าการดึงพลังเลเวล 9 สูงสุดนั้น สามารถเข้ารับการชำระล้างและเข้าทดลองเพื่อปรับคลื่นให้กลายไปเป็นผู้ที่ควบคุม Infel Phira ได้ ซึ่งเธอก็จะมีตำแหน่ง Queen of Mio หรือ มิโกะแห่งสายน้ำนั่นเอง
หากได้ดูฉากเปิดเกมมา คิดว่าหลายๆ คนน่าจะเดาได้ตั้งแต่ต้นเลย... ชื่อที่แท้จริงของ Cloche ก็คือ Leyka Trulywaath ลูกสาวจริงๆ ของ Reisha น้องสาวที่หายไปของ Luca เมื่อครั้งที่เธอยังอายุ 3 ขวบ Leyka เกิดอาละวาดด้วยอาการ I.P.D. ขึ้น ซึ่งทางบ้านก็พยายามพาเธอหลบแล้ว แต่ก็หนีไม่พ้น เพราะ Leyka เป็น I.P.D. Lv.9 สูงสุด และก็ถูกจับตัวไป ส่งผลให้ Batz พ่อของเธอต้องตายไปเพื่อปกป้องเธอ ถึงแม้จะไม่สำเร็จก็ตาม หลังจากที่โดนจับตัวไป มีเด็กสาว I.P.D. เลเวล 9 มากมายหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสามารถสร้างบทเพลงในภาษา Pastalia ที่เป็นภาษาที่ควบคุม Infel Phira ได้ โชคชะตากลับตกลงมาที่ Leyka ในช่วงนั้นเอง เธอหล่อหลอมบทเพลงใหม่มาได้เป็นภาษา Pastalia ด้วยตนเอง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการทดลองมากมายอันแสนเจ็บปวดทรมาน Leyka ถูกทดลองคลื่นสมองและคลื่นจิตมากมาย มันทำให้เธอแทบคลั่ง เป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหายไปจากใจของเธอ ด้วยเหตุนี้ทำให้พื้นที่จิตใจของเธอผิดเพี้ยนไป เธอ เด็กน้อยที่ถูกขังอยู่ใน I.P.D. Lab ที่มืดและหนาวเหน็บ และเมื่อเวลาผ่านไปได้ 2 ปี เมื่อ Leyka อายุครบ 5 ปี การทดลองก็เสร็จสมบูรณ์ Leyka กลายไปเป็น Queen คนใหม่ของ Infel Phira กลายไปเป็น มิโกะแห่งสายน้ำ ที่แท้จริง... ในเวลานี้ เธอได้รับข้อเสนอจาก Laude ว่าเธอจะสามารถออกมาจาก I.P.D.Lab ได้ ถ้าหากเธอละทิ้งตัวตนเก่า และใช้ชื่อใหม่ Cloche Leythal Pastalie Leyka ผู้ที่ไม่ต้องการอยู่ในสถานที่อันเจ็บปวดนี้อีกต่อไป ก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้น เธอยื่นรับข้อเสนออย่างกับว่าเธอโหยหามันมานาน และนับจากวันนั้น Leyka ก็กลายไปเป็น Cloche Leythal Pastalie และเธอก็ละทิ้งตัวตนเก่าของเธอไป เธอปิดผนึกความทรงจำในวัยเด็กเสีย ความทรงจำอันโหดร้ายที่เธอไม่ต้องการจะจำ แต่แล้วเมื่อเธออายุได้ 9 ขวบ Cloche ก็เริ่มเป็นไข้สูง จนต้องพาเข้า Lab อีกครั้ง ทำให้ Cloche นึกถึงอดีตอันเจ็บปวดได้ ก่อกำเนิดเป็นความกลัว และนับตั้งแต่นั้น ถึงแม้เมื่อเธอกลับออกมาแล้วและเธอก็ลืมมันไปอีกครั้ง แต่ก็ทำให้เธอไม่สามารถที่จะกลับมามีสุขภาพสมบูรณ์ได้ เนื่องจากความกลัวที่เกิดขึ้นกักขังเธอไว้ในสภาพนี้
ชีวิตของ Cloche ค่อนข้างจำกัด ชีวิตของเธอถูกจำกัดอยู่แค่ในวัง เพื่อศึกษาวิชาการปกครองต่างๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ แม้เธอจะได้รับตำแหน่งมิโกะชีวิตของเธอก็ยังคงจำกัดอยู่ดี เธอไม่สามารถมีเพื่อนได้ เพราะไม่ว่าใครที่เธอสร้างความสัมพันธ์ด้วย ก็มักจะเกิดปัญหาตามมาเสมอ ด้วยความที่ตำแหน่งของเธอสูงส่ง การเป็นมิโกะไม่ได้เป็นงานง่ายๆ เลย เพราะมิโกะจะต้องมีความมั่นใจและความอดทนสูง เธอจะต้องเป็นความหวังให้แก่ผู้คน และจะต้องไม่นำอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องแสดงออกอย่างสูงส่งและมีเกียรติ์เสมอ ถึงแม้ Cloche จะไม่ชอบมันแค่ไหน แต่เธอก็ฝึกฝนจนเธอชินกับมัน และเรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับธรรมชาติที่ 2 ของเธอแล้วล่ะ ธรรมชาติที่ 2 ก็คือสิ่งที่คนเราฝึกฝนทำ เช่นคนสูบบุหรี่จัดที่พยายามเลิกก็หันมาชอบคาบอย่างอื่นแทนอย่างไม้ไอติม ก็ถือเป็นธรรมชาติที่ 2 ได้เหมือนกัน ด้วยความจำกัดของชีวิตเธอทำให้เธอไม่มีเพื่อน ชีวิตของเธอค่อนข้างจะเงียบเหงา เธอจึงไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์ดีเท่าไหร่ การใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและได้รับการคุ้มครองดูแลเสมอของ Cloche ทำให้เธอเรียนรู้ถึงตำแหน่งปลอดภัยในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และก็สร้างกำแพงขึ้นมาในรูปแบบของเธอเอง ก็คือนิสัยความเป็น"ซึนเดเระ" นี่แหล่ะ ด้วยความเป็นซึนเดเระของเธอ ทำให้ผู้คนมักเข้าถึงเธอยาก และเธอก็จะปฏิเสธมือที่ยื่นเข้าช่วยเหลือ เพราะความที่เธอมีประสบการณ์ในการสร้างความสัมพันธ์น้อยจากชีวิตอันโดเดี่ยว เธอก็จะไม่รู้ว่ามือที่ยื่นเข้ามาเป็น มือที่จะเข้ามาทำลาย หรือมือที่จะเข้ามาช่วยเหลือจริงๆ ซึ่งต่อมาในเกม เธอก็เริ่มพัฒนาที่จะรับมือเหล่านั้น ในตอนแรกๆ เธอเองใช้อำนาจในตำแหน่งของเธอ เพื่อออกคำสั่งต่างๆ นานา บังคับผู้คนให้หันเหไปตามเธอ แต่มันก็เป็นวิธีการที่ไร้อารมณ์ ซึ่งก็ทำให้ผู้คนไม่ชอบและเมินเฉยเสียเมื่อแรงกดดันเยอะเกินไป จนเธอเข้าใจว่า การซื้อใจคนนั้นทำได้ด้วยการผู้คุยจากใจ พูดด้วยความรู้สึกเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน จนบางทีเธอก็รู้สึกไม่ปลอดกัย เพราะมันอาจจะเป็นการลดกำแพงซึนเดเระลง ด้วยความที่ไม่เคยมีเพื่อน เธอไม่รู้ว่าตรงไหนที่เปิดเผยมากเกินไป หรือปิดบังมากเกินไป เธอรู้แค่เพียงว่าอย่างไหนคือความปลอดภัย ทำให้ส่วนใหญ่เธอมักจะทำตัวเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจตนเอง ความที่เธอไม่เคยได้ออกไปไหนทำให้เธอไม่เคยรู้เรื่องโลกภายนอกเลย ในเกมมีหลายจุดที่ทำให้เรารู้ได้อย่างง่ายดายอย่างเช่น สั่งให้ Croix ทำการ Dive เข้ามาในใจของตนเองกลางฝูงชน ซึ่งการขอเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ส่วนตัว และค่อนข้างน่าอาย หรือแม้แต่การที่ Cloche ไม่รู้วิธีการถอดเสื้อผ้าของตนเองเมื่อจะอาบน้ำ เลยต้องลำบาก Luca ให้ช่วยถอดให้ (ฮา) ซึ่งจริงๆ Cloche ก็ไม่ได้อยู่แต่ในวังอย่างเดียวหรอก ในวัง Grand Bell นั้นใหญ่มากและมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา... แต่ก็แน่นอน ยิ่งสถานที่ใหญ่แค่ไหนก็ยิ่งมีช่องโหว่เยอะ Cloche หาทางแอบหนีออกมาจากวังเพื่อมาเที่ยวในเมืองได้สำเร็จ ส่วนใหญ่เธอจะออกมาหาร้าน Fancy Shop ซึ่งเป็นร้านกิ๊ฟท์ช็อปที่ขายของน่ารักๆ อย่างพวกตุ๊กตา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของ Cloche เป็นอย่างมาก เธอเป็นคนที่ชื่นชอบของน่ารักๆ และโดยเฉพาะเด็กน่ารักๆ ซึ่ง Croix เองก็เคยบอก Cloche ว่า เมื่อ Cloche ได้ก้าวเข้าไปในร้าน Fancy Shop ดวงตาของเธอก็จะเปล่งประกายและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับเด็ก แน่นอนว่า Cloche ก็โมโหตามสูตรสาวซึน (555+) หลักฐานความรักเด็ก ปรากฏชัดเมื่อเธอชื่นชอบเด็กสาวเจ้าของร้านของชำ Sasha ซึ่งเธอเปนคนที่ยุ่งอยู่กับร้านตลอดเวลาจนไม่รู้จักหน้าตาของ Cloche มิโกะอันศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นอย่างไร ทำให้เมื่อครั้งแรกที่ Croix เข้าร้าน และ Sasha คุยกับ Cloche แบบชาวบ้านๆ ไม่มีคำเคารพใดๆ อย่างที่เธอมักจะได้รับ Croix เองก็นึกว่า Cloche จะโกรธ แต่ Cloche กลับทำตัวตามน้ำ และเริ่มสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ Sasha ความจริงแล้วก็เพราะว่า Cloche ไม่ต้องการที่จะให้คนอื่นๆ มองเธอที่ตำแหน่ง แต่เธออยากให้คนมองเธอที่ตัวตนของเธอ การที่เธอได้เข้ามาอยู่ในร้านนี้ ที่เธอไม่ต้องเป็น มิโกะอันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เธอมีความสุขมาก การที่เธอมีความรู้สึกแบบนี้เนื่องมาจาก Cloche เป็นผู้จำใจยอมสนับสนุนนโยบายการเพิ่มอัตราการอาละวาดของ I.P.D. เพื่อนำมาต่อกรกับเทพธิดาในการสร้าง Metafalica เธอเองก็รู้สึกผิดต่อเรื่องนี้มาก ความคิดแบบ "ฉํนคือมิโกะที่ได้รับชีวิตมาจากประชาชน" เป็นสิ่งที่ฝังลึกในใจของเธอ และไม่ว่าเธอจะกล่าวสุนทรพจน์หรือพูดคุยกับผู้คนครั้งไหน ความคิดเหล่านี้จะสอดแทรกเข้าไปในคำพูดของเธออย่างไม่รู้ตัว ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับความสนใจ มีคนเคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก Cloche ผู้ที่กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้คนมากมายนั่นต้องปิดกั้นอารมณ์ของตนเองทั้งหมด เวลานี้จะเป็นเวลาที่ผู้คนมากมายจับจ้องที่เธอ ซึ่งมันก็เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันของเธอ แต่ว่า Cloche ที่พูดคุยกับคนอื่นอย่างเป็นส่วนตัวนั้นเรียกได้ว่าเป็นคนละคนกันเลย แสดงความซึนออกมาได้อีก 555+
Cloche เป็นคนที่กลัวการสูญเสียตำแหน่งมิโกะมาก เพราะตำแหน่งนี้คือตัวตนของเธอ สิ่งที่เธอยึดถือไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งส่งผลมาจากอดีตอันเจ็บปวดของเธอ เมื่อครั้งที่ Luca พบความจริงว่าตนเองเป็นมิโกะตัวจริง ทำให้ Cloche กลัวเป็นอย่างมาก เธอปฏิเสธข้อเท็จจริงนั้น และพยายามหาเหตุผลที่เธอจำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้ ซึ่งบางทีมันก็เป็นอาวุธที่ทำร้าย Luca อยู่ไม่น้อย เมื่อความจริงเรื่องที่เธอไม่ใช่มิโกะตัวจริงประจักษ์แก่เธอ ทำให้เธอกลัวการสูญเสียตำแหน่งมาก แถมยังไม่มีใครที่เธอสามารถหันไปหาได้ ด้วยความที่มีแรงกดดันมากมายบนบ่าของเธอที่เธอต้องแบกรับมาตั้งแต่เด็ก เธอก็เริ่มคิดว่า แรงกดดันนี้จะออกมาเป็นยังไงถ้าหากเธอเป็นเพียงแค่มิโกะตัวปลอม ความคิดนี้ก่อให้เกิดความเป็น Masochist ของ Cloche ขึ้น ถึงขั้นที่เธออยากจะทรมานตัวเองจนตาย ซึ่งแสดงให้เห็นได้ใน Cosmosphere ส่วนลึกของเธอ จิตใจที่แท้จริงของ Cloche ค่อนข้างให้ความสำคัญกับกฏระเบียบมาก ดังที่ได้เห็นเมื่อครั้งที่เธอกลายไปเป็น Heart of Gaea
ในเกมนั้น Cloche เป็นคนที่ดูเหมือนว่าจะมีพัฒนาการเด่นที่สุด เมื่อครั้งที่ Frelia ร้องเพลง Hibernation ไม่สำเร็จ และทำให้ I.P.D. หมดสติไป Cloche ไม่ได้หมดสติไปตามด้วย เธอยังคงอดทนมากพอที่จะคงสติของเธอไว้ได้ แต่ก็ส่งผลให้ร่างกายของเธออ่อนแอมาก อย่างไรก็ตาม วิธีเดียวที่จะทำให้ I.P.D. ตื่นขึ้นมาได้คือการร้องเพลง Implanta ซึ่งเป็นเพลงที่จะ reboot หรือซ่อมแซม Infel Phira จาก backup data ของ Infel Phira ทำให้ Cosmosphere ของ I.P.D. ฟื้นคืนดังเดิม และทำให้ I.P.D. ฟื้นขึ้นมาได้ Cloche เท่านั้นที่ร้องเพลงนี้ได้ และเธอก็เต็มใจร้อง เพราะมันเป็นเหมือนกับคำขอโทษของเธอ เหมือนกับเป็นการชดเชยให้แก่บาปของเธอ ที่เธอสนับสนุนการเพิ่มอัตราการอาละวาดของ I.P.D. Cloche เป็นมิโกะที่ถูกเลือกมาเพื่อรับบาปของผู้คน และบาปที่เธอทำไปก็เพื่อโลกนี้ แต่กระนั้นมันก็เป็นความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจของเธอมาโดยตลอด Cloche ร้อง Implanta ออกมาจากใจ เป็นคำขอโทษให้แก่ I.P.D. ทั้งหลาย ส่วนอีกเพลงที่แสดงถึงพัฒนาการที่มากที่สุดของ Cloche ก็คือ METHOD_METAFALICA/. เป็นเพลงอีกครึ่งนึงในการสร้าง Metafalica ที่สมบูรณ์ เป็นเพลงที่จะเปิดใจของเธอให้แก่ทุกๆ คนได้เห็น มันเป็นเหมือนกับบททดสอบอันยิ่งใหญ่ของเธอ ในช่วงที่ผู้คนเริ่มไม่เชื่อใน Grand Bell ที่วุ่นวาย ไม่เชื่อใน Metafalica และพื้นดินที่กำลังร่วงลงสู่ Sea of Death เรื่อยๆ ไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะสร้าง Metafalica อีกแล้ว เมื่อ Cloche ได้รับ Hymn Crystal METHOD_METAFALICA/. นั่นคือหนทางการสร้าง Metafalica ที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่เพลง แต่ผู้คนจะต้องยอมรับ เพราะเพลง METHOD_METAFALICA/. นอกจากจะเปิดใจของเธอแล้วนั้น จะรวบรวมจิตใจของผู้คนมาเพื่อช่วยกันสร้าง Metafalica การที่ผู้คนหันหลังให้แก่ Grand Bell ก็ไม่มีผู้ใดเชื่อถือเธออีกแล้ว นี่คือจุดที่เธอจะต้องแสดงตัวเองออกมา แสดงจิตใจทั้งหมดของเธอให้แก่ผู้คนได้รับรู้ และมันก็สำเร็จ ผู้คนกลับมาเชื่อถืออีกครั้ง นี่อาจจะเป็นความหวังสุดท้ายของชาว Metafalss ที่จะสร้าง Metafalica ได้ Cloche ก็กลับมาเป็นดวงดาวของผู้คน เป็นความหวังของผู้คนได้อีกครั้ง ดังเช่นในภาษา Pastalia คำว่า LYAlyuma ที่หมายถึง "มิโกะแห่งสายน้ำ" จะแปลตรงๆ ว่า "ดวงดาวของผู้คน/โลก" ในขณะที่ LYAsiann ที่หมายถึง "มิโกะแห่งเปลวเพลิง" จะแปลตรงๆ ว่า "แสงของผู้คน/โลก" Cloche เองก็สามารถเกลี้ยกล่อมให้ผู้นำเมืองต่างๆ ร่วมมือกับเธอเพื่อย้ายที่อยู่ไปในเมืองใหญ่ๆ เพราะการที่จะให้ Luca ร้องเพลง Viena เพื่อสร้างหอคอยขึ้นสวรรค์ได้ จำเป็นจะต้องทำให้ชิ้นส่วนของ Rim พังลงครึ่งนึง และร่วงหล่นลงไปใน Sea of Death และในช่วงสุดท้ายของเกม เราก็จะได้เห็นการใช้ Replekia ที่แท้จริง Cloche เชื่อมต่อเข้ากับ I.P.D. ทั้งหลาย เพื่อให้ทุกคนร่วมกันร้อง Replekia แล้วยิงปืนใหญ่มาทำลายบอสใหญ่ของเกม ถ้าหากอ่านฮิมนอสเป็น ก็จะรู้ว่าเนื้อเพลงท่อนนั้นกับเนื้อเพลงตอนที่เปิด Replekia ตอนต้นเกมแตกต่างกันทั้งทำนองและความหมายด้วย
ในช่วงท้ายของเกม เมื่อ Cloche พบใน Infelsphere ว่าตัวเองคือ Leyka น้องสาวของ Luca เธอดีใจมาก เพราะครอบครัวคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด ในขณะที่ Luca โหยหาน้องสาวของตนเองมาตลอด ด้วยเหตุนี้ หลังจากนี้ทั้งคู่จึงติดกันมาก และเมื่อ Cloche แย่งเอา อำนาจการปกครองสูงสุดแห่ง Metafalss มาอยู่ที่ตัวเธอกับ Luca ได้ เธอก็ได้แต่งตั้งให้มีมิโกะ 2 คนอย่างที่มันเคยมีตั้งแต่เมื่อ 400 ปีก่อน และหลังจากที่ Metafalica สร้างสำเร็จ Cloche ก็พา Luca มาอยู่กับเธอในวัง เพื่อปกครอง Metafalss Cloche ก็เป็นทั้งมิโกะและนักการเมือง หน้าที่การปกครองต่างๆ ส่วนใหญ่จะมาอยู่กับ Cloche ส่วน Luca ก็เป็นทั้งมิโกะ และยังคงเป็น Diver Therapist อยู่ แถมยังไล่ตามความฝัน เป็นนักร้องอีกด้วยเช่นกัน คงเพราะงานปกครองของเธอไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ (555+) ซึ่ง Luca เองก็เป็นคนมาควบคุมการจับจ่ายใช้สอยของ Cloche ได้ดีมาก เพราะ Cloche จะชอบใช้จ่ายส่วนใหญ่ไปกับ Fancy Shop ต่างๆ (แฟนพันธุ์แท้ 555+) Cloche ชื่นชอบสินค้าแบรนด์ Gergo มาก เช่นเดียวกับ Cocona น้องสาวบุญธรรมของ Croix และทั้ง 2 ยังเกลียด Geugo สินค้าเลียนแบบ Gergo เหมือนกันด้วย แถมยังเป็น I.P.D. เหมือนกันอีกตะหาก ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก และ Cocona ก็ชื่มชม Cloche มากอีกด้วย
ความสัมพันธ์ของเธอกับ Croix ก็อย่าที่พอจะเดาๆ กันได้ คือเป็นอารมณ์เหมือน นายบ่าว อารมณ์แบบที่สาวซึนๆ มักจะเป็น เธอเองก็ทำอาหารไม่เก่งพอๆ กับ Luca เพราะชอบทำอาหารไหม้เกรียมหมด แถมยังซุ่มซ่ามอีกด้วย แต่เธอก็ถัดนิตติ่งกับทำอาวุธเก่งพอควร (ไม่เข้ากันยังไงไม่รู้ 555+)
สั้นดีมั้ยล่ะ... เพราะพูดเกี่ยวกับเนื้อเรื่องไปในพาร์ทของ Luca หมดแล้วอ่ะนะ
เรามาดูชุดต่างๆ ของ Cloche กันดีกว่า...
Cosmosphere ของ Cloche ค่อนข้างจะแปลกๆ เพราะ I.P.D. ไม่มี Mind Guardian แต่กลับมี Infel เป็น Mind Guardian ได้ แถมยังมีการข้ามเลเวลหรือซ้ำเลเวลด้วย
Oldmodern Style
ชุดฮากามะ ซามูไรสาวอันเคร่งขรึม และดูเหมาะกับ Cloche ดี ในเลเวลนี้ Cloche จะรับบทเป็นพนักงานของร้าน Grand Bell Dinning Hall ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งตอนนี้ร้านกำลังจะเจ๊ง เพราะลูกค้าโดนดึงไปอยู่ที่ร้าน Sacred Modern Restaurant ร้านอาหารแนวตะวันตก นำโดย Luca หมด โดย Luca ก็ท้า Cloche ให้แข่งทำอาหารกัน และคนที่แพ้จะต้องออกจากเมืองไป ซึ่งเมนูที่ทำให้ผู้คนต่างมาต่อคิวเข้าร้านก็คือ ออมเล็ต นั่นเอง ซึ่งความจริงแล้ว ไข่ที่ใช้ก็เป็นแค่ไข่ถูกๆ ไม่มีคุณภาพอะไรเท่าไหร่ แต่เพราะพ่อครัวที่ทำคือ Jean Ishikawa พ่อครัวคนเก่าของร้าน Grand Bell Dinning Hall ที่โดนไล่ออกเพราะเผลอไปฟันผมที่เด้งยื่นออกมาของ Alfman เจ้าของร้าน(ถ้าได้เห็นหน้าก็จะรู้เองว่าเส้นผมเส้นไหน 555+) Jean Ishikawa เป็นคนหั่นกระหล่ำที่ประดับข้างจานซึ่งอร่อยขั้นเทพ แต่ไข่ก็รสชาติงั้นๆ Croix จึงได้ชวนให้ Cloche ทำอะไรสักอย่าง ซึ่ง Cloche เองก็อยากที่จะเพิ่มเมนูใหม่เข้าร้าน แต่เนื่องจาก Alfman ไม่ยอมเพราะของเดิมก็ดีอยู่แล้ว และเขาก็จะไม่ยอมให้เพิ่มเมนูลวงโลกอย่างออมเล็ต ซึ่งนี่สะท้อนความเป็นจริงที่เมื่อใดที่ Alfman ให้ Cloche ทำอะไร และเธอไม่เห็นด้วย Cloche ไม่เคยเถียงได้ชนะ และมักจะก้มหัวทำตาม Alfman ไปเสมอๆ แต่เมื่อ Croix ช่วยให้ Ishikawa กลับมาเจอ Cloche และไปเก็บไข่ในตำนาน(โห...) มาทำออมเล็ตได้ ก็เรียกให้ลูกค้ากลับมา ทำให้ Alfman เห็นด้วยกับการที่ต้องเพิ่มเมนูใหม่นี้เข้าไปและรับ Ishikawa กลับมาเป็นพ่อครัวดังเดิม ซึ่งนี่คือบุคลิกของเธอที่เป็นตัวแทนของ "ความกล้าหาญ" ที่เธอสามารถทำสิ่งหนึ่งได้ด้วยตัวเองแม้ว่าคนอื่นจะห้ามไว้ และก็ทำให้เขายอมรับในที่สุด
Metamorole Model
ชุดสาวแว่น สุดยอดมาก กรี๊ด! ชุดประธานนักเรียนที่น่าเชื่อถือ และแน่นอนในเลเวลนี้ Cloche ก็เป็นประธานนักเรียนสาวผู้เลอเลิศเพอร์เฟ็ค เป็นนักเรียนตัวอย่างที่น่านับถือโดยอาจารย์ แต่จริงๆ แล้วเลเวลนี้เป็นเลเวล 4 นะ เพราะเลเวล 3 หาย เนื่องจาก เลเวล 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับความทรงจำในวัยเด็ก และ Cloche ก็ลบมันทิ้งไปด้วยตัวเองเพราะไม่ต้องการจดจำอดีตอันโหดร้าย เลยข้ามมาเลเวล 4 เลย ซึ่งในเลเวลนี้ Cloche จะใช้ชื่อว่า Ryoukuya Reish ซึ่ง Reish เองถึงแม้จะเก่งกาจไปซะทุกเรื่อง แต่เธอไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ เพราะถ้าหากเธอมีเพื่อน หรือมีแฟน มันอาจทำให้คนอื่นมองเธอเปลื่ยนไป และอาจารย์ทั้งหลายก็จะผิดหวังในตัวเธอ เป็นไปได้ว่า นี่ก็คือมุมมองของเธอแบบที่เธอไม่รู้ตัว มุมมองที่เธอมีต่อตำแหน่ง มิโกะ ที่เธอเป็นอยู่ทุกๆ วัน ซึ่ง Reish ชื่นชอบการร้องเพลงมาก โดยเฉพาะเพลงแนว Hardcore ซึ่งสำหรับนักเรียนดีเด่นอย่าง Cloche นั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเปิดเผยความชอบนี้ให้ทุกคนได้รู้ ถึงแม้เธอจะอยากไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนคนอื่นๆ มากแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้าย Croix ก็สามารถให้กำลังใจเธอ และเธอก็ตัดสินใจเปิดคอนเสิร์ตแบบ Hardcore ขึ้นในงานโรงเรียน ช็อคนักเรียนและอาจารย์หลายๆ คนจนอาจารย์ต้องไล่จับ Reish ซึ่งเธอกับนักเรียนคนอื่นๆ ก็หนีออกมาได้ ผลคือ เพื่อนๆ เริ่มชอบเธอ และชวนเธอไปร้องคาราอเกะด้วย ซึ่งนี่คือตัวแทนแห่ง "ความเป็นไปได้" ของ Cloche
Summer Love
ชุดยูคาตะน่ารักสั้นๆ แบบหน้าร้อน ในเลเวล 5 นี้ Cloche จะไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูร้อน เป็นเลเวลที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงของเธอออกมา ยังไงซะ Cloche ก็อยากมีความรัก อยากออกเดทกับชายที่เธอรักที่งานเทศกาลด้วยกัน แต่ด้วยความที่เธอเป็นมิโกะ สายตาคนรอบข้างต่างจับจ้องที่เธอ และเธไม่สามารถทำให้พวกเขาผิดหวังได้ แต่เธอเองก็อยากที่จะบอกความในใจกับ Croix ปัญหาเหล่านี้ขัดแงกันไปมา จนในที่สุดเธอก็นำโซ่มาล่ามคอ Croix และพาเขาไปเที่ยวงานเทศกาลในฐานะของสัตว์เลี้ยง เหมือนเป็นรูปแบบของความรักของเธอ หากอยู่ในฐานะ นายบ่าว มันก็อาจจะเป็นไปได้ ซึ่ง Croix เองก็รู้สึกอึดอัด และพยายามปลดโซ่ตัวเอง ในขณะที่ Cloche ก็พา Croix สัตว์เลี้ยงใหม่ไปโชว์ และเมื่อเขาสามารถปลดโซ๋ตัวเองได้ Cloche ก็เปลื่ยนท่าทีทันที เพราะเธอไม่สามารถควบคุมเขาให้เป็นสัตว์เลี้ยงได้แล้ว ถ้าหากเป็นแบบนี้คนอื่นจะเริ่มคิดว่าทั้ง 2 คนเป็นแฟนกันจริงๆ และเธอก็หนีไป ลำบาก Croix ต้องไปตามง้อ ซึ่งในที่สุด Cloche ก็สามารถเผยความรู้สึกที่แท้จริงได้ และนี่คือตัวแทนแห่ง "ความอบอุ่น" ของเธอ
Victim Pain
จากตรงนี้จะเริ่มเข้าสู่จิตใต้สำนึกส่วนลึกของเธอ ชุดสไตล์ Masochist แบบจัดหนักๆ ของเธอ มันเกิดจากความกลัว และความเงียบเหงา จนก่อกำเนิดเป็นความรู้สึกแบบ Masochist ซึ่งในเลเวลนี้เอง เกิดขึ้นมาจากความรู้สึกอ่อนแอของ Cloche เธอถูกปิดตามัดแขนมัดขา ขังไว้ในห้องขังที่เธอไม่อยากออก เพราะ Luca ไม่ให้เธอออก Cloche ในเลเวลนี้จะติด Luca มาก ซึ่ง Luca เองก็ปรากฏตัวในชุด Sadist ของเธอด้วยเช่นกัน เธอมาเพื่อทรมาน Cloche เธอคือ Luca ที่ Cloche สร้างขึ้นมาเมื่อพบว่า Luca คือมิโกะตัวจริง และก็ได้มอบอำนาจทั้งหมดให้เธอ หนักที่สุดคือ Cloche โดน Luca พาตัวไปกล่าวสุนทรพจน์ที่มีคนมุงดูเยอะๆ ในสภาพนี้ ซึ่งสร้างความอับอายให้ Cloche มาก... แต่อย่าลืม นี่คือโลกของ Cloche นี่คือสิ่งที่เธอต้องการอยู่ลึกๆ เล็กๆ ที่ Luca สนองให้ จริงๆ แล้วเลเวลนี้เป็นเหมือนไวรัส เพราะจู่ๆ มันก็เกิดมา และก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง Cloche บุคลิกแห่งความทรนงก็ไม่สามารถทนต่อเลเวลนี้ได้ ไม่สามารถทนเห็นตัวเองอันอ่อนแอได้ เธอจึงส่งลูกน้องของเธอมา เพื่อทำลายเลเวลทั้งเลเวลไป Cloche ยอมรับตัวเธอเองด้านนี้ในฐานะที่เธอแสดงความอ่อนแอให้ตัวเองได้เห็น และได้สร้าง "ความตั้งมั่น" ให้แก่ตัวเธอเองว่า ข้อบกพร่องไหนที่เธอจะต้องก้าวข้ามมัน
Pretty Viola
ชุดผู้ผดุงความยุคิธรรมสาวที่มาคู่กับ Luca ซึ่งนี่คือความทรนงของ Cloche ในเลเวลนี้ เป็นเลเวล 6 เช่นกัน แต่เป็น 6-R หรือ 6-Rewind ซึ่งเป็นการลับมาแก้ไขเลเวล 6 ใหม่อีกครั้ง เธอพยายามไล่ล่าตามหา Luca ที่มาจากเลเวลที่แล้ว เนื่องจากเธอหนีได้ทันตอนที่เกิดระเบิดขึ้น ซึ่ง Luca เองเมื่อถูกจับและกำลังจะถูกประหารก็ได้บอกความจริงแก่ Cloche ว่าความจริงแล้วที่ Luca สามารถใช้พลังในโลกนี้ได้ก็เพราะ Cloche ยอมรับว่า Luca คือ Cloche ตัวจริง และนั่นทำให้ความกลัวการสูญเสียตำแหน่ง และความล่องลอยอย่างไร้จุดหมายเกิดขึ้น เมื่อ Cloche สูญเสียความต้องการที่จะอยู่แล้ว เธอก็เข้าสู่โหมดทำลายตัวเอง เธอไม่รู้ว่าจะอยู่อไปทำไม ในเมื่อเธอไม่ใช่มิโกะตัวจริง เธอก็ทำลายตัวเองไป แต่แล้ว คอสโมสเฟียร์ในเลเวลนี้กลับไม่หายไป ทำให้ Infel งง เป็นอย่างมาก ซึ่งความจริงแล้วก็เพราะ Alice เด็กสาวผมดำที่อาศัยอยู่ใน Cosmosphere ของ Cloche มาตั้งแต่เลเวล 1 และเมื่อลงมาลึกขึ้นเรื่อยๆ Alice ก็ยิ่งปรากฏตัวเด่นชัดขึ้น Alice ยังอยู่ทำให้ Cosmosphere ไม่หายไป เพราะความจริง Alice เองก็เป็นส่วนหนึ่งของ Cloche ด้วยเช่นกัน ตัวตนของ Cloche ตัวนี้เธอให้ความหมายแก่ตนเองว่า "ความจงรักภักดี"
Armageddon
ชุดเดวิลสาวสุดเซ็กซี่ที่โชว์ความอึ๋มเต็มที่ นี่คือ Cloche ที่ต้องการทำลายตนเอง เธอทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกๆ บุคลิกทิ้งไป แต่ทุ่งดอกไม้ หรือเมืองก็ค่อยๆ กลับมาเรื่อยๆ ทำให้เธอต้องไปทำลายอีก นั่นเป็นเพราะ การที่ Croix เข้ามาในนี้ ทำให้ Cloche มีความหวังขึ้นอีกครั้ง และในที่สุด Croix ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก Infel ก็สามารถพูดกับ Cloche และทำให้ตัวเธอเองกลับมามีความหวังอีกครั้ง และใจของทั้ง 2 ก็เชื่อมต่อกันได้เสียที ซึ่ง Cosmosphere ของ I.P.D. นั้นไม่สามารถลงลึกไปถึงเลเวล 8 ได้ จึงมาได้แค่ 7 เลเวล เป็นเพราะเลเวล 8-9 ของ I.P.D. เป็น Shared Conscious Field ที่ไม่มีขอบเขตระหว่างกัน โดยปกติจะถูกปิดไว้ มันจะเปิดเฉพาะบางเวลา ซึ่งก็คือเมื่อ Infel Phira Metafalica Mode ทำงานจากเพลง METHOD_METAFALICA/. จะทำให้สามารถ Dive I.P.D. ได้ถึงเลเวล 9 ซึ่งในตอนแรก Infel ก็ได้หลอกให้ Cloche กับ Croix ได้ทำพิธีจบที่เลเวลนี้ เพื่อล่อ Alice ออกมา เนื่องจาก Cloche ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนทั้งหมดให้ Croix ได้เห็น และทุกครั้งที่ทั้ง 2 เจอกัน จะทำให้ Cosmosphere สั่นสะเทือน และ Cloche จะกลัวจนทนไม่ไหว เพราะ Alice คือตัวแทนแห่งอดีตของเธอนั่นเอง บุคลิกที่ต้องการทำลายตัวเองนั้น Cloche นับว่าให้เป็น "ความซื่อตรง" ของเธอ
Fluffuria
ชุดนอนอันน่ารักของ Cloche ที่เธอมักจะใส่ในห้องส่วนตัว รองเท้าแตะ Gergo ดูแสดงรสนิยมตัวเองได้ดี (555+) ในเลเวลนี้ Cloche จะถูกนำตัวเข้า Lab เพื่อมาเจอกับ Alice ซึ่งก่อนหน้านั้น Croix ก็ได้เจอกับ Reisha และ Luca ในสมัยเด็กที่ตามหา Leyka อยู่ Luca ได้ทำ Reset Button ปลอมให้แก่ Croix ซึ่งพอ Cloche กับ Alice มาเจอกันอีกครั้ง Alice รู้สึกดีใจมาก Cloche ตัด Alice ออกและนำเธอไปขังไว้ในจิตใต้สำนึกที่สุดของเธอ และไม่ต้องการจะจดจำ Alice อีก Alice แท้จริงแล้วคือความทรงจำในวัยเด็กของ Cloche ที่เธอตัดออกเนื่องจากเธอไม่ต้องการจดจำอดีตอันเลวร้าย แต่เมื่อ Croix ช่วย Cloche ออกมาได้ เธอก็ได้มาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของเธออีกครั้ง ที่มีทั้ง Reisha Luca และ Batz อยู่พร้อมหน้า แต่เธอจำอะไรไม่ได้เลย และสุดท้าย Cloche ก็ได้กลับมาหา Alice และรวบรวมความกล้าทั้งหมด ยอมรับ Alice มาเป็นตัวเองอีกครั้งนึง มันเป็นเรื่องที่อยากมาก เหมือนกับการที่เราจะต้องรักและกอดในสิ่งที่เราเกลียดกลัวมาตลอดชีวิต แต่เราก็ต้องทำเพราะมันสำคัญกับเรา ทั้ง Reisha Luca และ Batz ก็มาให้กำลังใจ ซึ่งพอ Cloche ยอมรับ Alice ได้สำเร็จ เธอก็จำทุกคนได้ และจำเรื่องราวอันแสนอบอุ่นและมีความสุขในสมัยเด็กได้ สำหรับ Cloche แล้ว Alice คือ "ความไร้เดียงสา" ของเธอ และบุคลิกในชุดนอนนี้ก็คือ "ความรัก" ของเธอ
Whiteris
ชุดแต่งงานสีขาวสุดหรู ดูเข้ากับ Cloche ได้ดีมาก ในเลเวลนี้มันคือเส้นชัยที่แท้จริง ที่ๆ Croix และ Cloche จะได้ทำพิธีแห่งสัญญาและเชื่อมต่อใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่ก่อนหน้านั้น ตามสูตรของ Infel เธอมอบมงกุฏให้ Cloche เพื่อให้เธอไปตามหาอัญมณีมาเพื่อประดับมงกุฏ ซึ่งอัญมณีที่ว่าก็คือบุคลิกต่างๆ ของเธอ ซึ่งเธอจะต้องเชื้อเชิญแต่ละบุคลิกของตัวเองออกมาเพื่อ ยอมรับ พวกเขา และเธอก็ยอมรับบุคลิกต่างๆ รวมทั้งตัวเองได้สำเร็จ นี่คือ Cloche ที่แท้จริง และเธอก้ได้เชื่อมต่อกับ Infel Phira อย่างสมบูรณ์และได้รับพลังจากมันมาใชได้อย่างสูงสุดนั่นเอง
Pepena
ชุดมาสค็อต Pepen ที่ Cloche ชื่นชอบ ถ้าได้ใส่สักทีคงจะสมใจ Cloche อย่างมาก ชุดนี้เป็นชุดพิเศษที่ได้มาจาก Binary Field ของ Frelia เช่นเดียวกับชุดพิเศษของ Luca ความจริงแล้ว Pepena เป็นชื่อของ Pepen ตัวแรกที่เธอได้รู้จักและเป็นเพื่อนตัวแรกของเธอเมื่อเธอแอบหนีออกมาจาก Grand Bell ครั้งแรกเมื่อตอน 9 ขวบ
Bath Girl
เมื่อ Luca มีชุดอาบน้ำ ทำไม Cloche จะไม่มีเล่า! นี่คือชุดที่ Cloche ใส่เมื่อตอนที่เธอลงอ่างอาบน้ำ เนื่องจากในภาคนี้ เราสามารถอัพเกรดเรวาเทลล์ได้ด้วยการอาบน้ำ เป็นสิ่งที่ดีมากๆ เลยนะ ชุดนี้ใส่สู้ไม่ได้ และอีกอย่าง Cloche คงไม่มีวันยอมใส่สู้เด็ดขาด 555+
...............................................................................................................
สำหรับ Cloche ก็แค่นี้ สั้นกว่า Luca อีก 555+
คนต่อไปเด็ดมาก ต้องรอชม!