2010/Apr/30

 

คราวที่แล้วเราคุยเรื่อง D-Wave ไปแล้ว คลื่นที่เกี่ยวข้องกับสสารและพลังงานทุกอย่าง
คราวนี้ เราจะมาพูดถึง H-Wave คลื่นอีกชนิดที่มีความสำคัญกับ Wave Theory กันบ้าง...

หากจำไม่ได้ ไปทบทวนได้นะ
บทนำ Wave Theory
D-Wave

 

H-Wave

คลื่นH ย่อมาจาก Hymmno-Wave เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่อยู่ในคนละมิติกับ D-wave ทั้ง 2 จึงไม่เคยมาชนกัน
H-Wave เป็นคลื่นแห่งจิตวิญญาณและชีวิต มันเป็นคลื่นที่อยู่ในมิติของความคิดและจิตวิญญาณทั้งมวล
เช่นเดียวกับคลื่นD คลื่นH ก็แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเช่นกัน

1. คลื่นสถิตย์H(Static H-Wave) - คลื่นนิ่งของชีวิต นี่ก็คือคลื่นที่ก่อกำเนิดเป็น "ชีวิต" เป็น "จิตวิญญาณ" ของทุกสิ่ง รวมไปถึง "ความตั้งมั่น" ของจิตใจ สำหรับเรวาเทลล์แล้ว Static H-Wave ของพวกเธอก็คือ Cosmosphere นั่นเอง

2. คลื่นกลH(Dynamic H-Wave) - คลื่นแห่งจิตที่เคลื่อนที่ มันคือคลื่นของ "อารมณ์" และ "ความรู้สึก" คลื่นเหล่านี้จะเคลื่อนที่ไปด้วยความถี่ที่หลากหลายมาก กรณีที่มันมีความถี่ตั้งแต่ 1 Hz ถึง 20 kHz มันจะถูกเรียกว่า "เสียง" ซึ่ง "อารมณ์" มักจะแทรกมากับคลื่นเสียง

 

มนุษย์ และ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีความสามารถในการแผ่คลื่น H-Wave ออกมาได้ ซึ่งสิ่งที่ช่วยในการนำพาอารมณ์ของคนเราคือการใช้เสียงช่วย หากพูดในแง่ของศาสตร์เสียงเพลง เราจะบอกได้ว่า มนุษย์สามารถปล่อยคลื่น Dynamic H-Wave ที่มีความถี่สูงได้โดยการปล่อย Dynamic H-Wave ที่มีความถี่ต่ำออกมาเพื่อใช้เป็นตัวนำ ยิ่งอารมณ์มีความมั่นคงมากเท่าไหร่ ความยาวของคลื่นกลH ก็จะยิ่งยาวขึ้น
การทดลองของนักวิทยาศาสตร์ใน Sol Ciel พบว่า มนุษย์สามารถปล่อยคลื่น Dynamic H-Wave ออกมาได้ในความถี่ตั้งแต่ 1 Hz ถึง 528 GHz(5.28x10^11 Hz) ยิ่ง H-Wave มีความถี่สูงเท่าไหร่ มันยิ่งมีพลังงานมากเท่านั้น ซึ่ง Dynamic H-Wave ที่มีความถี่ในช่วงสูงที่สุดคือสิ่งที่พวกเราเรียกกันว่า "ความรู้สึกที่แท้จริง" หรือ "ความจริงใจ" ซึ่งจะมีพลังงานสูงที่สุด

"หู" ของมนุษย์มีความสามารถในการรับ Dynamic H-Wave ในความถี่จำกัดในช่วงความถี่ที่ไม่เกิน 20 kHz ทำให้มนุษย์ขาดอวัยวะหรือเครื่องมือที่ใช้รับ Dynamic H-Wave ที่มีความถี่สูงกว่านั้นซึ่งเป็นคลื่นของอารมณ์แทบทุกชนิด คนเราจึงนำ Static H-Wave ของตนเองมาใช้ในการรับอารมณ์เหล่านั้นโดยตรง มันเป็นการกระทำที่เรามักจะเรียกว่า "รู้สึกด้วยจิตใจของตนเอง" หรือ "ใช้ใจรู้สึก" ในแง่ของศาสตร์เสียงเพลง หรือ Sound Science/Wave Theory หูของคนเราทำหน้าที่เป็นตัว Checksum ของ Dynamic H-Wave ที่เราปล่อยออกไป
Dynamic H-Wave สามารถมาพร้อมกับสิ่งของได้ด้วย เช่นเมื่อเราอ่านหนังสือ หรือบริโภคงานศิลป์ใดๆ ข้อความที่ศิลปินต้องการจะสื่อจากสิ่งเหล่านั้น ก็ส่งผ่านมาถึงตัวเรา และพวกเราก็รู้สึกอารมณ์ต่างๆ มันก็คือ Dynamic H-Wave(อารมณ์) ที่อยู่ในสิ่งของต่างๆ เคลื่อนมากระทบกับ Static H-Wave(จิตใจ) ของเรา และ Dynamic H-Wave นั้นจะแทรกเข้ามาทำให้ Static H-Wave กระเพื่อมออก และสั่นสะเทือน ก่อให้เกิด Dynamic H-Wave(อารมณ์) ใหม่ขึ้น ซึ่งจะเรียกมันว่า "แรงบันดาลใจ" ก็ไม่ผิด วิธีเดียวกันนี้เองที่เรวาเทลล์ใช้ในการสร้างมนต์เพลงบทใหม่มาใช้ ซึ่งเราจะลงรายละเอียดในคราวต่อไป 555+

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วย H-Wave และ D-Wave เป็นหลัก สำหรับมนุษย์นั้น มนุษย์ประกอบด้วยคลื่น 7 ชนิดรวมกัน ในขณะที่เรวาเทลล์ประกอบด้วยคลื่นเพียง 2 ชนิดนี้ก็คือ D-Wave และ H-Wave เท่านั้น
มีบางกรณีสำหรับมนุษย์ที่ร่างกายขาด D-Wave หลงเหลือไว้เพียงแค่ H-Wave ซึ่งสภาวะนี้คือสิ่งที่พวกเราเรียกว่า "ผี" หรือ "วิญญาณ"

ทำไมมนุษย์เราจึงมองไม่เห็น H-Wave?
มนุษย์เรามองโลกด้วยตา ในแง่ของศาสตร์เสียงเพลงแล้ว ตาเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในฐานะ "ตัวรับสัญญาณ D-Wave ในบางความถี่" เพราะงั้นเราจึงไม่สามารถมองเห็นอารมณ์หรือความรู้สึกใหลไปมาได้นั่นเอง

 

 

หลังจากที่เรารู้เกี่ยวกับ H-Wave และ D-Wave แล้ว เราสามารถนำมาเกี่ยวโยงกับระบบการทำงานของ Songstone ที่กล่าวไว้ในบทนำได้

Songstone ประกอบด้วยสาร 2 ชนิดก็คือ Grathnode และ Parameno
Parameno จะเป็นสารที่รับและสะสม H-Wave หรือ Dynamic H-Wave(อารมณ์) ที่ส่งเข้ามาเรื่อยๆ และจะส่งเจ้าคลื่นเล่านี้ไปให้ Grathnode
Grathnode จะทำหน้าที่แปลงคลื่น Dynamic H-Wave ที่ได้รับมาจาก Parameno ให้กลายไปเป็น Dynamic D-Wave(พลังงาน) ซึ่งอาจเกิด Static D-Wave(สสาร) ต่อไป
นี่คือหลักการเกิดเวทมนต์ในโลกแห่ง Ar Tonelico นี้ และหลักสำคัญที่เป็นแม่บทแห่ง Wave Theory นั่นเอง...

 

หลักการทำงานของหอคอย Ar Tonelico ในแง่ของ Song Server

Ar Tonelico หอคอยอันเป็นดังต้นไม้ที่คอยค้ำจุน Sol Ciel และเป็นจุดกำเนิดวิทยาการต่างๆ แห่ง Ar Ciel
Ar Tonelico ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น Song Server ขนาดใหญ่ ที่คอยก่อกำเนิดเวทมนต์ต่างๆ บนโลก

การทำงานของมันเลียนแบบการทำงานของ Song Stone ก็คือ ในหอคอยจะประกอบด้วยแผ่น Grathnode Disc และ แผ่น Parameno Disc ขนาดยักษ์อย่างละ 4 แผ่น เมื่อผู้คนส่งอารมณ์ไปยัง Parameno Disc แผ่น Parameno Disc จะส่ง Dynamic H-Wave ที่มันสะสมไว้ไปยัง Grathnode Disc เพื่อแปลงอารมณ์เหล่านั้นให้เป็นพลังงาน ซึ่งก็คือ "เวทมนต์" นั่นเอง

ปัจจุบันมีเพียง Reyvateil เท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ และพวกเธอก็ทำได้ดี เพราะ Cosmosphere ของพวกเธอเชื่อมต่อกับ Parameno Disc โดยตรง ทำให้ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถใช้เวทมนต์จากหอคอยได้ โดยส่ง Dynamic H-Wave ของเธอใน Cosmosphere ไปยังหอคอยโดยตรง เพื่อก่อกำเนิดเป็นเวทมนต์นั่นเอง

 

 

.................................................................

สำหรับเอนทรี่นี้ก็พูดเรื่องต่างๆ ได้หลายอย่าง คิดว่าน่าจะรู้เรื่องศาสตร์แห่งเสียงเพลงมากขึ้น มันเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลมากๆ
สำหรับภาษา Hymmnos ถ้าเบื่อ Wave Theory เมื่อไหร่ ก็จะลองพิมพ์เอนทรี่สอนดูเป็นการคั่นเวลา 555+

คราวหน้ามาต่อเรื่องอะไรดีน้า?

edit @ 30 Apr 2010 11:15:55 by - ไคริ -~#{Silver Key}#~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha:  คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โฮ๊ววว ข้อมูลแน่นเอี้ยดด!! ศาสตร์ของเสียงนี่น่าสนใจสุดๆเลยค่ะ!! ถ้าออกสอบก็ดีสิ 5555

ไล่อ่านบล็อคไคริซังแล้ว(แต่ยังานไม่หมดเลย ฮะๆๆ เยอะมากกก)รู้สึกเรารู้แค่ผิวเผินสุดๆเลย ไคริซังรู้ลึกมากค่ะ!!!

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ!! คนเล่นเกมไม่ได้อย่างเราเหมือนได้เล่นไปด้วยเลยXD~~!!

ปล.รอสอนภาษาฮิมนอสนะคะ!!XD
ถ้าออกข้อสอบจริงคงโหด... 555+

ในเกมภาค 2 มีฉากที่เราต้องเข้าเรียนในคอสโมสเฟียร์ด้วย คำถามของ Chester อาจารย์สอนคณิตศาสตร์แห่ง Metafalss ก็ถามอะไรไม่รู้อ่ะ ยากด้วย =[]=
แถมเจออาจารย์ Frelia สอนวิชาประวัติศาสตร์โลก Ar Ciel ก็ยากเพราะชีไม่ได้สอนเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไหร่ (ชีแกสอน Wave Theory นี่แหล่ะ 555+)
แถมอาจารย์ Amarie ที่สอนการงาน ก็สอนแค่บทสนทนาว่าจะพูดอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเจอหน้ากัน บอกลา ซื้อของ หรือทำอย่างไรให้ดูดีมีคุณค่า 55+ ดูไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่


เราเล่นเกมแล้วเราก็รู้ไม่ค่อยเยอะเหมือนกันค่ะ เลยไปพยายามศึกษาข้อมูล แล้วพบว่าน่าสนใจ เลยมาเปิดบล็อคเพื่อเผยแพร่ข้อมูลค่ะ =w=...
ถ้ามีเวลาจะสอนฮิมนอสแน่ๆ ค่ะ โดยเฉพาะภาษาพาสตาเลีย เพราะชอบเป็นส่วนตัว 555+
#2  by  - ไคริ -~#{Silver Key}#~ At 2010-04-30 13:42, 
อ๊า ขอบคุณมากเลยค่ะข้อมูลละเอียดเหมือนเคยเลย><

ชักอยากเล่นเกมนี้ขึ้นมาซะแล้วง่า......
แต่ก็......ร้องเพลงต่อไปT[]T/
#3  by  咲根 [เนะตัวใหม่] At 2010-04-30 16:13, 
สุดยอดของข้อมูลจริงๆฮะ นั่งตามอ่านตาแฉะ

ได้รู้อะไรเกี่ยวกับ Wave และเสียงเยอะมากเลยฮะ >[]<
#4  by  デス★クロス At 2010-05-01 23:21, 
พอแบ่ง คลื่นของจิตใจ กับ คลื่นของสสาร ออกเป็นสิ่งที่อยู่คนละมิติกันแล้ว ก็อธิบายเหตุผลของปรากฎการณ์หลายอย่างในเรื่องได้เยอะเลย เป็นfictional science ที่โรแมนติคจัง
#5  by  bekung At 2010-07-30 19:01, 

<< Home