......................................................
เรามาต่อจากเอนทรี่ที่แล้วกัน
Reyvateil 1
ถ้าหากลองคิดดูดีๆ Beta-Type ก็คือโคลนของพวก Origin สินะ... แต่โคลนมาทีกลับไม่เหมือนซะงั้น...
ที่เป็นอย่างงี้ก็เพราะว่า Nuclear Triangular Loop มีพื้นที่ความจำต่ำมาก ทำให้ความกวัดแกว่งของคลื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสาร Grathnode และ Parameno ทำให้ เรวาเทลล์ ที่กำเนิดขึ้น หน้าตาและนิสัย เปลื่ยนแปลงไปโดยง่ายนั่นเอง...
Origin แตกต่างอย่างไร
สำหรับความแตกต่างของ Origin นั้นมีไม่มาก ข้อมูลยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทาง แต่เราก็พอจะรู้ได้ประมาณนี้
- Nuclear Triangular Loop ของพวกเธอจะไม่มีวันหมดอายุ เพราะได้รับการปรับคลื่นให้ตรงกับหอคอย หมายความว่า Dynamic H-Wave จะสามารถได้รับมาจากแหล่งพลังงานของหอคอยแทน ดังนั้นหากหอคอยยังคงดำรงอยู่ พวกเธอก็จะดำรงอยู่เช่นกัน
- พวกเธอไม่มี Cosmosphere จิตใจของพวกเธอคือ Binary Field โดยตรง
ที่เหลือนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับ Beta-Type
ข้อแตกต่างของ Third Generation
ข้อนี้สำคัญกว่า เรามาดูกันเลย...
Third Generation มีร่างกายเฉกเช่นมนุษย์ หมายความว่า ร่างกายของพวกเธอสามารถเจริญเติบโตได้อย่างมนุษย์ปกติ ดังนั้นพวกเธอจะยังคงเจริญเติบโตหลังจากอายุ 18 และก็จะมีร่างกายแก่ขึ้นได้ ด้วยร่างกายของมนุษย์ พวกเธอจึงไม่ได้เกิดมาจาก H-Wave เพียงอย่างเดียว และพวกเธอก็ไม่มี Nuclear Triangular Loop ทำให้ร่างกายของพวกเธอเกิดปัญหาขึ้น!
ปัญหาของพวก Third Generation
ด้วยความที่พวกเธอขาด Nuclear Triangular Loop ที่จะปล่อยคลื่น Dynamic H-Wave เพื่อคงร่างกายของพวกเธอไว้ ดังนั้นพวกเธอจำเป็นจะต้องหาแหล่งพลังงานใหม่ ระบบรักษาชีวิตของเรวาเทลล์ NEE/LEM(แล้วแต่อยากเรียก) จะเปลื่ยนแหล่ง Dynamic H-Wave ไปเป็น Static H-Wave ของตัวเรวาเทลล์เอง โดยเมื่อ NEE/LEM พบว่าร่างกายขาด Dynamic H-Wave ที่นำมาใช้สร้างร่างกายแบบปกติแล้ว HD Ring จะทำงานเองโดยอัติโนมัติ ซึ่งการทำงานของ HD Ring คือ จะสร้างการสั่นสะเทือนในตัวคลื่น Static H-Wave(พลังงานชีวิต/จิตวิญญาณ) ของตัวเรวาเทลล์เอง เพื่อให้ Static H-Wave สร้าง/ปล่อย Dynamic H-Wave ออกมา ทำให้เกิดความเครียดต่อ Static H-Wave ของเรวาเทลล์ และเมื่อพวกเธอเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการ Dynamic H-Wave ของพวกเธอจะมากขึ้นเรื่อยๆ และ HD Ring ก็จะทำให้ Static H-Wave สั่นสะเทือนมากกว่าเดิมเรื่อยๆ จนพอพวกเธออายุได้ 18 ปี ปริมาณความต้องการ Dynamic H-Wave จะสูงมาก จนการสั่นสะเทือนของ Static H-Wave จะมากเกินไป จนทำให้ร่างกายของพวกเธอไม่สามารถคืนสภาพให้ Static H-Wave ได้ สุดท้าย พวกเธอจะตายเนื่องจากขาด Static H-Wave ซึ่งเป็นจิดใจของพวกเธอ
บนโลกภายนอก เรวาเทลล์จะแสดงอาการไข้ขึ้นสูงมาก จนกระทั่งเรวาเทลล์คนนั้นเสียชีวิต นอกเสียจากจะได้รับการ Install คริสตัล Diquility เข้าไปเพื่อต่ออายุ คนสมัยก่อนที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้ คิดว่าเป็นโรคของหญิงสาว รอยสัก Install Point จะปรากฏบนเรือนร่างของหญิงสาว(เพื่อแสดงว่าเธอเป็นเรวาเทลล์) ผู้คนจึงเรียกโรคนี้ว่า Tattoolist Disease
Diquility
คริสตัลที่ได้รับการค้นพบโดยร้าน Sakura Store ในดินแดน Sol Ciel ส่วนใน Metafalss ผู้ค้นพบคือเรวาเทลล์อัจฉริยะผู้เป็นมิโกะแห่งสายน้ำและ IPD คนแรกนามว่า Infel
คริสตัล Diquility นั้น แท้จริงแล้วเป็นการตกผลึกของ Static H-Wave บริสุทธิ์ที่ไม่มีคุณสมบัติพิเศษหรือผลข้างเคียงใดๆ เมื่อได้รับการ Install เข้าสู่ร่างกายของเรวาเทลล์แล้ว HD Ring จะเปลื่ยนจากการรบกวน Static H-Wave ของเรวาเทลล์ มาทำปฏิกิริยากับ Diquility แทน เนื่องจาก Diquility ทั้งแท่ง เป็น Static H-Wave บริสุทธิ์ HD Ring ก็จะแปลง Diquility ให้กลายไปเป็น Dynamic H-Wave จนกระทั่ง Diquility ถูกแปลงจนหมดไป ซึ่งใช้เวลา 3 เดือนถึงจะหมด และ HD Ring ก็จะกลับมาแปลง Static H-Wave อีกครั้ง ดังนั้นเรวาเทลล์ Third Generation จึงจำเป็นจะต้องได้รับการ Install Diquility เข้าสู่ร่างกายผ่านทาง Install Point ของเธอ ทุกๆ 3 เดือน ถึงแม้วิธีการจะสร้างความเจ็บปวดให้เรวาเทลล์อย่างมาก แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่จะคงชีวิตของพวกเธอไว้ได้
อ่ะ เผื่อไม่เข้าใจ เรามีรูป...
Reyvateil ชนิดพิเศษ
เราบอกไปแล้วว่ามีเรวาเทลล์อยู่หลักๆ 3 ชนิดบนโลก ยังมีเรวาเทลล์ชนิดพิเศษอีกเฉพาะของดินแดนต่างๆ
IPD Reyvateil
เรวาเทลล์ชนิด Third Generation แบบพิเศษที่ได้รับการพัฒนาในดินแดน Metafalss และอาศัยอยู่เพียงแค่ที่นั่นเท่านั้น พวกเธอคือเรวาเทลล์ชนิดพิเศษที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างแผ่นดิน Metafalica ที่สมบูรณ์นั่นเอง IPD ย่อมาจาก Infel Phira Dependency ซึ่งก็คือ ผู้ที่เชื่อมต่อเข้ากับ Infel Phira ขณะที่เรวาเทลล์ปกติคนอื่นๆ ของ Metafalss เชื่อมต่อเข้ากับ Ar Tonelico(หอคอยแรก) ผ่านทาง Sol Marta เนื่องจากหอคอยที่ 2 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น Song Server แต่เพื่อใช้พัฒนาโปรเจ็คในการสร้าง Metafalica แถมยังสร้างไม่เสร็จด้วย สร้างเสร็จไปเพียง 1/4 เท่านั้นก็โดนสั่งให้หยุดสร้างซะก่อน เรวาเทลล์ใน Metafalss จึงต้องใช้ Sol Marta เป็นเหมือนกับดาวเทียม/เครื่องขยายสัญญาณของ Ar Tonelico
E-Spot
จุดเด่นสำคัญของพวก IPD คือ E-Spot หรือ Enhance Spot จุดนี้เป็นจุดที่ IPD ทุกคนจะเชื่อมต่อกันหมด ซึ่งข้อนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อสร้าง Metafalica โดยเฉพาะ โดยปกติ เรวาเทลล์จะมี Cosmosphere ถึงเลเวลสุดท้ายที่เลเวล 9 สูงกว่าเลเวล 9 จะเข้าสู่ Shared Consciousness Field(เขตจิตใต้สำนึกร่วม) ที่จิตใจของเรวาเทลล์จะเชื่อมต่อกันหมด แต่ในเรวาเทลล์ปกตินั้น เขตนี้อยู่สูงเกินกว่าที่จิตใจของพวกเธอจะหยั่งถึงได้แม้ว่าจะเป็นจิตใต้สำนึกส่วนลึกที่สุดของเธอก็ตาม แต่เรวาเทลล์ IPD จะมี Shared Consciousness Field ที่ต่ำกว่าเรวาเทลล์ปกติ โดยจะขยับเข้ามาในจิตใต้สำนึกของพวกเธออีก 2 เลเวล ก็หมายความว่า ใน Cosmosphere เลเวล 8 และ 9 ของ IPD จะเข้าสู่ Shared Consciousness Field แล้ว ทำให้ IPD สามารถใช้ Shared Consciousness Field ได้สะดวกกว่า และมีจิตใต้สำนึกที่เชื่อมต่อกันมากกว่า และในเลเวล 8 และ 9 ของ Cosmosphere ของ IPD นี้เองที่เรียกว่า E-Spot
จากที่เรารู้มาจากเอนทรี่ทีแล้ว Cosmosphere ของเรวาเทลล์แต่ละคนจะมี Boundary Gate คอยกั้นความเป็นส่วนตัวของจิตใจของเรวาเทลล์ทุกๆ คน IPD จะมี Boundary Gate ถึงแค่ เลเวล 7 เท่านั้น ใน Cosmosphere เลเวล 8-9 ของพวกเธอจะไม่มี Boundary Gate ทำให้เรวาเทลล์ทุกคนเชื่อมต่อกันหมด และสามารถแอบดู Cosmosphere(จิตใจ) ของกันและกันได้ โดยปกติแล้ว เลเวล 8-9 จะถูกปิดไว้ ไม่สามารถ Dive ลงไปได้ในสภาวะปกติ เพราะในเลเวล 7 จะมีสิ่งทีทำหน้าที่เป็น Boundary Gate พิเศษไว้ และจะมีสถานที่ที่ชื่อว่า Boundary Key อยู่ ตามปกติจะไม่สามารถปลดล็อค Boundary Key เพื่อเข้าสู่เลเวล 8 และ 9 ได้ แต่เมื่อ Infel Phira ที่เป็น Song Server ของ IPD เข้าสู่ Metafalica Mode จากการร้อง METHOD_METAFALICA/. แล้ว จึงจะสามารถเปิด Boundary Key เพื่อเข้าสู่ E-Spot ของ IPD ได้ โดยปกติ IPD แต่ละคนจะไม่สามารถเข้าสู่ E-Spot ของตนเองได้อยู่แล้ว พวกเธอจึงแอบดูจิตใจของกันและกันในสภาพปกติไม่ได้ แต่หลังจาก Infel Phira เข้าสู่ Metafalica Mode แล้วก็ไม่แน่...
ภาษาเฉพาะ New Testament Pastalie/Pastalia
ด้วยความจำกัดของ Cosmosphere ของ IPD จึงเกิดการพัฒนาสำเนียงภาษา Hymmnos แบบพิเศษนี้ขึ้น Static H-Wave(Cosmosphere) ของเรวาเทลล์ปกติจะมีขอบบนอยู่ที่ 1.16x10^8 Hz(0.116 GHz) แต่สำหรับ IPD พวกเธอจะมี Static H-Wave สูงสุดถึงแค่ 5.4x10^7 Hz(54 MHz) เท่านั้น เพราะสูงจากนั้นจะเป็น E-Spot แต่ถึงแม้จะมี Static H-wave ที่จำกัดกว่าปกติ ก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการใช้มนต์เพลงแย่ลงเลย เพราะถึงแม้ว่าพวก IPD จะมีข้อด้อยตรงนี้ แต่มันก็ได้รับการทดแทนด้วยภาษา Hymmnos ที่ได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษที่ใช้กับ Infel Phira โดยเฉพาะที่ชื่อว่า New Testament Pastalie หรือเรียกสั้นๆ ว่า Pastalia ซึ่งมีจุดเด่นที่ว่าสามารถร้องในความเร็วที่สูงกว่าได้ และนอกจากนั้นยังสามารถดึงพลังงานจาก Song Server ได้สูงกว่าการใช้ Hymmnos ธรรมดาแบบเรวาเทลล์ทั่วไปปกติด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าจากจุดอ่อนกลายมาเป็นจุดแข็งเลยทีเดียว
ไม่มี Mind Guardian
IPD ไม่สามารถสร้าง Mind Guardian ได้ พวกเธอจึงไม่มีมัน เพราะ Mind Guardian เกิดมาจากอารมณ์ที่หนักแน่นและผูกพันอย่างลึกซึ้งจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก่อตัวที่ Cosmosphere เลเวล 9 และกลายมาเป็น Mind Guardian ตั้งแต่นั้นมา ซึ่ง IPD ทำไม่ได้ เพราะในเลเวล 9 ของ Cosmosphere ของพวกเธอเป็น Shared Consciousness Field แล้ว ทำให้เมื่ออารมณ์อันหนักแน่นก่อตัวขึ้น มันก็จะสลายไป เนื่องจากไม่มีความเป็นส่วนตัวของจิตใจเกิดขึ้น พวกเธอจึงไม่มี Mind Guardian เพราะพวกเธอไม่สามารถสร้างมันได้
ทำไม Cloche จึงมี Mind Guardian?
Mind Guardian ของ Cloche คือ Infel และ Cloche ก็เป็น IPD และเป็นถึง Mio Queen/มิโกะแห่งสายน้ำ ที่เป็น Admin ของ Infel Phira อีกตะหาก แต่ทำไมถึงมี Infel? แล้ว Infel เป็นมิโกะในอดีตเมื่อ 400 ปีก่อนไม่ใช่เหรอ? อันนี้ก็เป็นเพราะ Infel ไม่ใช่ Mind Guardian ของ Cloche เธอเพียงแค่มีชีวิตอยู่ใน Binary Field ของ Infel Phira แล้วพอรู้ว่า Cloche ได้กลายมาเป็นมิโกะแห่งสายน้ำคนที่ 2 ต่อจากเธอ เธอจึงได้เข้ามาแอบดูลาดเลา แต่ไปๆ มาๆ ก็จับพลัดจับผลูมาเป็น Mind Guardian ของ Cloche ทำให้เราเข้าใจผิดนั่นเอง
โรคของ IPD
โรคที่ IPD ทุกคนเป็น ที่เป็นปัญหาหลักของสังคมของ Metafalss เนื่องจากผู้ที่มีอาการจะเริ่มรู้สึกแย่ และออกอาละวาด ทำลายตึกราบ้านช่องและผู้คน ยิ่งพวกเธอสามารถใช้ภาษา Pastalia ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Hymmnos ธรรมดา ทำให้มันยิ่งน่ากลัวกว่าปกติ โรคนี้มีกลุ่มอาการ 2 แบบคือ Possitive กับ Negative ซึ่ง Possitive นั่นเป็นอาการที่จะอาละวาดและทำลายสิ่งรอบข้าง ส่วน Negative จะสลบไป แต่ก็จะแพร่โรคให้ IPD รอบๆ ในระยะใกล้ๆ นั้น เกิดอาละวาดด้วยอาการ Possitive ได้
แท้จริงแล้วสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้มาจากสงครามเมื่อ 400 ปีก่อน ทำให้ Infel Phira เสียหายไปบางส่วน ซึ่งตัวตัด Limiter ก็ถูกทำลายไปด้วย หลังจากนั้น เมื่อ IPD เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย โกรธ เศร้า เสียใจ กลัว เหงา หรืออารมณ์ด้านลบทั้งหลายแหล่ มันจะสะสมตัวอยู่ใน Infel Phira และเนื่องจากที่ตัว Limiter ถูกทำลายไป อารมณ์ดังกล่าวก็มากเกินไปจนล้นทะลักออกมา ส่งผลให้ IPD รับมันไม่ไหว และเริ่มแสดงอาการออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งพวกเธอเชื่อมต่อกันหมดทาง E-Spot มันก็ยิ่งแพร่สู่ IPD คนอื่นได้อีก ผู้คนที่ไม่มีความรู้ ก็นึกว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับการตื่นขึ้นของลักษณะเรวาเทลล์ด้วย เพราะเมื่อเด็กสาวเริ่มแสดงลักษณะเฉพาะของเรวาเทลล์ หรือกลายไปเป็นเรวาเทลล์เต็มตัว พวกเธอจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากในจิตใจของพวกเธอ ยิ่งในสังคมมีโรคอาละวาดของ IPD ทำให้เธอกังวลมากขึ้น นอกจากนี้คนรอบข้างเธอก็ยิ่งกังวล และก็พลอยทำให้ตัวเธอยิ่งเกิดอารมณ์ด้านลบมากขึ้น จนเมื่อเธอทนไม่ไหวก็จะเกิดอาละวาดขึ้นมา
เนื่องจากอาการนี้เกิดขึ้นมาจากอารมณ์ด้านลับที่สะสมตัวใน Infel Phira ทางแก้ที่ดีสำหรับโรคนี้คือการบำบัดจิตใจด้วย Diver Therapy แต่เมื่อมันโดนแบนไปจากนคร Pastalia ที่เป็นเมืองหลวงของ Metaflass ทำให้หนทางเดียวก็คือต้องกักพวกเธอ จำกัดพื้นที่พวกเธอ นี่ก็ยิ่งทำให้พวกเธอรู้สึกแย่ต่อตัวเองและผู้อื่น และก่อให้เกิดการอาละวาดมากขึ้นอีก
Gamma-Sublimated Reyvateil
เรวาเทลล์ชนิดพิเศษอีกชนิดที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนามาจาก Beta-Type ในดินแดน Sol Cluster ที่ตั้งของหอคอยที่ 3 เท่านั้น ยังมีข้อมูลเปิดเผยมาไม่มาก แต่เรวาเทลล์ชนิดนี้พิเศษตรงที่ว่า พวกเธอมีระดับพลังงานของอารมณ์สูงกว่าเรวาเทลล์ชนิดอื่นๆ พวกเธอมีลิมิตของค่า Static H-Wave สูงสุด สูงกว่าเรวาเทลล์ประเภทอื่นๆ มาก ทำให้พวกเธอสามารถใช้พลังได้รุนแรงกว่าเดิม พวกเธอเลยมี Cosmosphere มากถึง 24 เลเวล เลยทีเดียว! เนื่องจากพวกเธอมีค่า Cosmosphere ที่สูงมาก ทำให้ส่วน Hymn Code Zone อยู่ในขอบเขตที่เข้าถึงได้ใน Cosmosphere พวกเธอจึงสามารถใช้ Hymn Code ได้อย่างอิสระกว่าเรวาเทลล์คนอื่นๆ จุดประสงค์ของการสร้างเรวาเทลล์ชนิดนี้เป็นปริศนา แต่บางคนก็บอกว่า พวก Gamma Sublimated เป็นเรวาเทลล์ที่สร้างปาฏิหาริย์ได้ ความจริงแล้ว มีเรวาเทลล์เพียงชนิดเดียวที่เป็น Gamma Sublimated ก็คือ Saki
...............................................................................................................
วันนี้ก็แค่นี้แหล่ะ... นึกไม่ออกแล้วว่าต่อไปจะพูดเรื่องอะไรดีใน Wave Theory...
อยากพูดเรื่องภาคแรกเหมือนกัน แต่ไม่เคยเล่น เหอะๆๆๆ
อาจจะสอน Hymmnos คั่นเวลา? เหอะๆๆๆๆ
edit @ 4 May 2010 21:44:34 by - ไคริ -~#{Silver Key}#~