มาต่อๆๆๆๆ ด้วยแกรมม่าร์ที่มีความแอดว๊านซ์ขึ้นมาหน่อย...
Emotion Sound Keeper Syntax
ก็... พอจะเริ่มประโยคใหม่ ประโยคใหม่ เราก็จะต้องใส่ E.S. 3 ตำแหน่งใหม่ใช่ป่ะ... แต่ถ้าเกิดว่าประโยคทั้งดุ้นทั้งแถบมันมีอารมณ์เดียวกันหมดเลยล่ะ?
สำหรับกฏ Emotion Sound Keeper Syntax เป็นกฏที่นำมาใช้เมื่อ E.S. กล่าวอารมณ์ซ้ำๆ ติดๆ กัน โดยจะเหมือนกับว่า เราประกาศไปก่อนว่า ประโยคมากมายที่จะรันต่อไปนี้ ใช้อารมณ์/E.S. นี้แหล่ะ
E.S. + 0x vvi (อ่านว่า โอคุ วี/ อย่าลืมอ่านอารมณ์ 3 ตัวแรกก่อนโอคุวีนะ แต่บางทีก็อ่าน โอคุ วีวี)
ประโยค
ประโยค
ประโยค
...
ประโยค(กี่ประโยคก็ได้ และประโยคเหล่ารี้จะไม่มี E.S. กำกับแล้ว เพราะได้ทำการประกาศไปตอนต้นแล้ว)
1x AAs ixi (ปิดด้วยตัวนี้ตอนจบ อ่านว่า อีคุ อาส อิกซี่)
เช่น...
Was yea ra 0x vvi
chs hyma
famfa ween ciel
fwal yor
rre hymmnos echrra
1x AAs ixi
หมายความว่า เมื่อเปิดประโยคแรกแล้ว Was yea ra จะได้รับการบันทึกไว้ว่าจะเป็น E.S. ของประโยคต่อๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอตัวหยุด ทั้งดุ้นด้านบนจะมีความหมายเหมือนกันกับ...
Was yea ra chs hyma (ฉันดีใจที่จะกลายไปเป็นนก)
Was yea ra famfa ween ciel (ฉันดีใจที่จะเหอะเหินไปบนฟากฟ้า)
Was yea ra fwal yor(ฉันดีใจที่จะนำพาเธอไป)
Was yea ra rre hymmnos echrra(ฉันดีใจ และบทเพลงก็ก้องสะท้อนไป)
จะมานั่งพิมพ์ๆๆๆ Was yea ra ซะทุกบรรทัดมันก็เหนื่อย จริงม๊ะ (ยกเว้น copy-paste ในตำนาน) มันก็เลยมีกฏนี้ขึ้นมาไง...
กฏนี้ไม่ได้จบแค่นี้ สามารถแทรกอารมณ์เข้าไปได้ด้วย
Was ki ra 0x vvi
hymme sos yor
echrra hynne mea
Wee paks ra aulla mea
morto en manafaln
1x AAs ixi
ก็จะเท่ากับ
Was ki ra hymme sos yor (ฉันตั้งใจร้องเพลงเพื่อเธอ)
Was ki ra echrra hynne mea (ฉันตั้งใจสะท้อนเสียงของฉัน)
Wee paks ra aulla mea (ฉันตื่นเต้นที่จะเปิดเผยตัวตนของฉัน)
Was ki ra morto en manafaln (ฉันตั้งใจที่จะตายแล้วเกิดใหมาอีกครั้ง)
หมายความว่า ถ้าหาก ตัว Keeper ยังไม่จบที่ 1x AAs ixi เมื่อเราแทรกประโยคที่มี E.S. ตัวใหม่เข้าไป ก็สามารถทำได้ และมันก็จะไม่ไปกวนการทำงานของ Keeper ในการก็อบวางๆ อารมณ์ให้เรา (แต่ไม่ควรแทรกเยอะ หรือแทรกบ่อย)
กฏนี้ยังไม่ยากเท่าไหร่ แต่ตัวต่อไปนี่สิ...
Binasphere
ไอ่นี่แหล่ะ ตัวที่ยากที่สุดของ Standard Hymmnos...
Binasphere เป็นการผสาน รวมประโยค 2 ประโยคเข้าด้วยกันราวกับว่ามันเป็นประโยคเดียวกัน (แกรมม่าร์ตัวนี้ พบเฉพาะในเพลง EXEC_NULLASCENSION/. ที่ร้องโดย Claire ใน Hymmnos Musical CD)
ขั้นแรก เราจะต้องมีประโยคมาอย่างน้อย 2 ประโยคมาก่อน...
Rrha ki ra exec hymmnos sos yora (ฉันจะเริ่มการทำงานของบทเพลงนี้เพื่อพวกเธอทั้งหลาย)
Wee paks gagis crannidale an ciel (ฉันจะแบ่งปันกายและใจไปพร้อมกับโลก)
ต่อมา เราจะต้อง แตกประโยคทั้ง 2 ออกเป็นคำๆ แตกแยกกันอย่างไรก็ได้ ตามใจเรา แล้วนำมาจัดเรียงใหม่ในบรรทัดเดียว... และเขียนด้วยตัวใหญ่ทั้งหมด โดยคำที่แตกออกมาเป็นหลายๆ ส่วน ขอให้ใส่ x แทนตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำที่แตกแล้วและหยุดเมื่อมาถึงคำสุดท้าย เช่น crannidale ถ้าแยกเป็น cran ni dale ให้เขียนในประโยคแบบนี้ CRAx NIx DALE (เติม x ตามความเหมาะสมด้วย เช่น NI ถ้าจะเติมเป็น Nx ก็ไม่เหมาะ เลยเป็น NIx แทน)
=> RRHA KI WEE RA PAKS EXEC GAx GIS CRAx HYMx NIx NOS SOS DALE YORA CIEL
ดูมิกซ์มั่วๆ ดี 555+ ใส่ตามใจเราเลยนะท่อนนี้
และหลังจากที่เราได้ประโยค Binasphere มาแล้ว ให้กำหนดตัวเลขฐานสองลงไปตามคำที่เราแตกออก โดยที่คำในประโยคแรกจะแทนด้วย "0" และประโยคที่สองจะแทนด้วย "1" ดังนี้
=> RRHA KI WEE RA PAKS EXEC GAx GIS CRAx HYMx NIx NOS SOS DALE YORA CIEL
0 0 1 0 1 0 1 1 1 0 1 0 0 1 0 1
555+ เริ่มดูเป็นรหัสขึ้นแล้วใชป่ะ รหัสตัวเลขฐาน2 จะนำมาใช้กำกับท้ายท่อน Binasphere และใช้ในการแปล Binasphere ด้วย
เมื่อได้ทั้งประโยครวม และรหัสเลขฐานสองแล้ว เราจะนำมาเขียนโดยเปิดด้วยอักษร => ตามด้วยประโยครวมก่อน แล้วจึงปิดท้ายด้วยคำว่า EXEC_hymme 2x1/0>> แล้วตามด้วยรหัส ดังนี้
=> RRHA KI WEE RA PAKS EXEC GAx GIS CRAx HYMx NIx NOS SOS DALE YORA CIEL
EXEC_hymme 2x1/0>>0010101110100101
แบบนี้ โดยวิธีการแปล ก็ให้นำประโยคมาเรียงใหม่ให้เป็นสองประโญคดังเดิมตามรหัสเลขฐานสองที่ปิดท้าย โดย 0 คือคำของประโยคแรกและ 1 คือคำของประโยคที่สอง แล้วจึงแปลประโยคแยกกัน
ในเพลง Hymmnos 1 เพลงจะมี Binasphere ได้เพียงสูตรเดียว(รหัสเดียว) เมื่อต้องการเพิ่มเนื้อ ให้เพื่อเนื้อเรียงลำดับตามรหัสเลขฐานสองด้วย...
และถ้าหากเรามีเนื้อของท่อน Binasphere ที่ยาวเกินไป(อาจมีหลายๆ ประโยครวมกัน) เราสามารถเล่นกับการเรียงคำรหัสได้ เมื่อรหัสไล่เรียงคำในประโยค Binasphere หมดแล้ว แต่คำยังมีต่อ เราก็จะย้อนกลับไปเริ่มต้นรหัสใหม่อีกครั้ง หมายความว่า เมื่อเราแต่งประโยค Binasphere ยาวๆ เราสามารถเรียงให้การลำดับคำของประโยคซ้ำๆ กันเพื่อย่อรหัสเลขฐานสองให้สั้นลงได้
ดูตัวอย่างจากเนื้อเพลงใน EXEC_NULLASCENSION/. เลยแล้วกัน (ขี้เกียจคิด)
=> RRHA RRHA GUWO Ax GAx PEx GIS A GAx TIE INNx
GIS NA GRAN GAx PAUL NOx TYUNY INI SAASH AR YANJE
CIEL EN INI LA ZAx AR HHA CIEL RRHA RRHA Ax GUWO
GA PEx GAx A TYUNY RA HARx AR CIEL
TES EN YORA INI CHYET WAx SOR GAx LAx TYUNx SYEx LA
FORx GANx ART SA DAL FAYx WASSA RA CIEL
EXEC hymme 2x1/0>>01101010
จากที่เห็นจะพบว่า Binasphere ยาวเหยียดมากมาย แต่รหัสมีเพียง 8 ตัว(รหัสเลขฐานสองที่ดีควรมีแค่ 8 ตัว)
โดยเราจะแปลโดยการแยกประโยคทั้ง 2 (หรืออาจเป็น 4 หรือ 6) ออกจากกันด้วยการไล่รหัสเลขฐานสองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบ
RRHA RRHA GUWO Ax GAx PEx GIS A
0 1 1 0 1 0 1 0
แค่นี้ก็หมดรหัสแล้ว พอจะแกะตัวต่อไปก็ย้อนไปเริ่มรหัสใหม่ตั้งแต่แรก
GAx TIE INNx GIS NA GRAN GAx PAUL
0 1 1 0 1 0 1 0
แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสิ้นทั้งหมด ถ้าหากเราลองนำคำเพียงแค่นี้มาเรียง ก็จะได้แค่ว่า
ประโยคแรก(0) RRHA Ax PEx A GAx GIS GRAN PAUL
ประโยคที่สอง(1) RRHA GUWO GAx GIS TIE INNx NA GAx
พอนำมาต่อกันใหม่จากตัว x เราก็จะได้ว่า
Rrha apea gagis gran paul
Rrha guwo gagis tie innna ga.... (เห็นได้ว่ายังไม่จบ)
ดังนั้นเห็นแบบนี้ เราก็สามารถแกะรหัส Binasphere ได้แล้ว เราก็มาแกะทั้งหมดกันดู (/ จะกำกับไว้ให้เพื่อความสะดวกในการดูว่ารหัสย้อนลูปเมื่อใด)
=> RRHA RRHA GUWO Ax GAx PEx GIS A GAx TIE INNx
0 1 1 0 1 0 1 0 / 0 1 1
GIS NA GRAN GAx PAUL NOx TYUNY INI SAASH AR YANJE
0 1 0 1 0 / 0 1 1 0 1 0
CIEL EN INI LA ZAx AR HHA CIEL RRHA RRHA Ax GUWO
1 0 / 0 1 1 0 1 0 1 0 / 0 1
GA PEx GAx A TYUNY RA HARx AR CIEL
1 0 1 0 1 0 / 0 1 1
TES EN YORA INI CHYET WAx SOR GAx LAx TYUNx SYEx LA
0 1 0 1 0 / 0 1 1 0 1 0 1
FORx GANx ART SA DAL FAYx WASSA RA CIEL
0 / 0 1 1 0 1 0 1 0
จะเห็นได้ว่าพอหมดประโยค รหัสก็ใช้จบพอดีเลยด้วย
เมื่อนำมาเรียงใหม่จะได้
0 => Rrha apea gagis gran paul nosaash yanje en ini ar ciel (ฉันมีความสุข ที่จะเปิดทางให้แก่เทพธิดาตลอดไป เพื่อให้เธอมาชำระโลกใบนี้)
1 => Rrha guwo gagis tie innna gatyuny ini ar ciel la zahha (ฉันโกรธมาก ฉันจะผูกคำสาปไว้ในใจของฉัน เพื่อชำระโลกนี้ให้เดินต่อไปได้)
0 => Rrha apea ra hartes yora chyet walasye forgandal wassa ciel (ฉันมีความสุข ที่จะรักความสำคัญของพวกเธอ เพราะว่ามันเป็นเทศกาลอันดีของโลกนี้)
1 => Rrha guwo ga gatyuny ar ciel en ini sor gatyunla art sa fayra (ฉันโกรธแค้น ฉันจะสาปโลกนี้ และชำระล้างมันด้วยเปลวไฟแห่งกรรม)
มันเป็นแกรมม่าร์ที่ยากที่สุดใน Standard Hymmnos แล้ว... เพราะกว่าจะแต่งได้ต้องมาคิดนู้นคิดนี้เยอะแยะมาก
ประโยคที่ไร้อารมณ์
อ่านๆ เพลง Hymmnos ไปเรื่อยๆ บางทีมันก็พบกับประโยคที่โผล่มาดื้อๆ แบบไม่มี E.S. กำกับใดๆ เลย
การที่พบเพลงที่ไม่มี E.S. กำกับโดยไม่มีกฏ E.S. Keeper Syntax คลุมอยู่ หอคอย Ar Tonelico จะถือว่าเป็นเพียงแค่เพลงที่จะไม่ทำให้เกิดอะไรขึ้น แต่ก็สามารถส่งผ่านอารมณ์ได้
พอพูดถึงเรื่องนี้ก็นึกได้อย่าง... อารมณ์ที่ต่ำที่สุดที่สามารถแสดงออกได้ก็คือ Ma num ra ซึ่งเข้า Ma num ra เป็นสภาพที่ไร้อารมณ์สุดๆ โดยส่วนมาก E.S. ตัวนี้จะใช้กับการทำงานของเครื่องจักร(และสิ่งของที่ไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้)หรือ Hymmnos ประเภท Hymmnos Spell ต่างๆ (เช่น Hymmnos ที่ใช้เปิดประตูต่างๆ ภายในเกม)
กลับมาที่เรื่องเดิมต่อ... ตัวอย่างของประโยคไร้อารมณ์ก็คือ EXEC_HARMONIUS/. เพราะเพลงนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวโปรแกรมของหอคอย เพียงแต่จะส่งอารมณ์กลับมาหา Mir เพื่อทำให้เป้าหมายใจเย็นลงนั่นเอง
Faura yerwe murfan anw sol ciel (เจ้านกน้อยกระจิบเสียงแห่งความรู้สึกของมันให้แก่โลกใบนี้)
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee (เจ้านกน้อยร้องเพลงแห่งความรู้สึกของมันให้แก่ผู้คนบนโลกใบนี้)
ตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างรุนแรงอีกอย่างก็คือ EXEC_FLIP_FUSIONSPHERE/. ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดถึงเบื้องหลังของเพลงมาก แต่คาดว่าที่ไม่ได้มี E.S. กำกับไว้ก็เพื่อใช้เล่าเรื่องราวในรูปแบบของร่ายคล้ายบทกลอนและความสวยงามในการจัดคำและการร้อง เพลงนี้ก็ไม่ได้มีผลไปควบคุมหอคอยใดๆ เพราะ Finnel ไม่ใช่ Gamma-Sublimated จึงทำได้แค่ overload ระบบของ Harvestasya ไปชั่วคราวเท่านั้น
ประโยคขอร้อง
เก็บตกเล็กๆ น้อย...
ประโยคที่ไร้ประธาน หรือ ประโยคพวกขอร้อง สามารถทำได้โดยใช้คำว่า presia แทรกเข้าไปในประโยค โดย presia จะแปลว่า "ได้โปรด" เช่น
Presia kiafa sarla mea
โปรดจงฟังเพลงของฉัน
การใช้ Ar
คำศัพท์พิเศษในภาษา Hymmnos
คำว่า Ar จะหมายความว่า "เฉพาะเจาะจง มีสิ่งเดียวในโลก" เช่น
ar yor แปลว่า เพียงแค่เธอ เธอเท่านั้น
tonelico แปลว่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หรือ หอคอย
ar tonelico แปลว่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์/หอคอยที่มีเพียงที่เดียว หอคอยนั้น หอคอยที่ทุกคนรู้จัก ก็คือหอคอย Ar Tonelico ตามชื่อ
หรือบางทีก็เจอแบบนี้
ar memora แปลว่า ความทรงจำของจักรวาลทั้งมวล
การใช้ ar นำหน้าคำนั้น จะใช้เพื่อระบุให้คำนั้นมีความหมายเจาะจงขึ้น โดยควาหมายนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละบุคคล หรือขึ้นอยู่กับคนแต่งเองว่าจะแปลออกมาเช่นไร
เราสามารถใช้ ar นำหน้า verb ได้ด้วย...
Ar knawa yor
ฉันก็แค่รู้จักเธอ ฉันรู้จักเธอเท่านั้น
.............................................................................................................
ไม่รู้จะพูดไรละ หมดแกรมม่าร์ก็เริ่มแถ เหอะๆๆๆ
ก็มีแค่นี้แหล่ะค่ะสำหรับ Standard Hymmnos
ต่อจากนี้ก็คงแปลเพลง Standard Hymmnos ได้หมดแล้ว
ก็ต้องบอกก่อนว่าการแปลนั้นขึ้นอยู่กับบุคคล และบางทีเราก็จะเป็นที่จะต้องเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดของเพลงก่อน ถึงจะสามารถแปลได้สวยงามจากบริบทที่มีอยู่
จะต่อด้วย Pastalia เลยดีมั้ยน้า?
ปล. Pastalia เป็นคำใน Standard Hymmnos ในกลุ่ม Ancient Metafalss Note ที่แปลว่า "บทเพลงแห่งการปฏิวัติ"