2011/Jun/17

 

 

หลังจากไปดูมาใหม่ พบว่าเราให้ชื่อเทพผิดไป

 

 

ถ้าเกิดว่า Sakiya Rumei ที่เป็นชื่อเทพ ต้องใช้คันจิว่า 咲夜琉命(ชีวิตอันเจิศจรัสเบิกบานในราตรี)
แต่ถ้าหากว่าเป็น Sakia Rumei ที่เป็นร่างต้นของ Saki จะต้องใช้คันจิว่า 咲夜流命(ชีวิตที่หลั่งไหลเบิกบานในราตรี)
 
สังเกตุว่า 流 กับ 琉 นี้แทบจะไม่แตกต่าง...
 
เค้าบอกว่าสาเหตุคือ ในสมัยโบราณ เค้าเชื่อกันว่า Saki เป็นเทพที่จะมาจุติบนโลกนี้อย่างเจิศจรัส บริ้งๆ เพื่อกอบกู้โลก อะไรงี้
ส่วนที่ตั้งชื่อ Sakia แบบนั้น ก็เพราะต้องการสื่อว่า Sakia จะเป็น ผู้ที่ "ไหล" หายไป...
 
เราคาดว่า(มั่วเอาเองว่า) คำว่า "ไหล" จะสื่อถึงความประเดี๋ยวประด๋าว และสื่อถึงชีวิตที่ไม่อมตะ มีเกิดมีดับ ไหลมาก็ไหลไป (ชะตากรรมที่น่าสงสาร... แม้แต่เจ้าตัวยังยินยอม...)
 
 
 
ส่วนชื่อของ Suzunomiya(珠洲ノ宮)
เค้าบอกว่า ไข่มุกที่ว่า สื่อถึง Ar Ciel
珠洲 นั้นหมายถึง ระบบสุริยะจักรวาล ก็คือดาวเคราะห์มากมาย เรียงรายกันบนฟ้า
宮 ก็คือวัง รวมกันก็คือ ที่ๆ มีดวงดาวนับล้านมากมาย ซึ่งก็คือที่ๆ มันอยู่ นั่นเอง
 
เราก็ไม่หยั่งถึงได้ว่า สรุปมันกลายมาเป็น Ar Ciel ได้ยังไง... แต่เฮียทสึจิยะ อากิระ บอกมาแบบนี้ ก็ต้องเอาแบบนี้ 5555
 
 
 
ก็เป็นแบบนี้ =w=

2011/Jun/12

 
 
สำหรับเอนทรี่นี้ เราก็จะมาพูดถึง Reyvateil อีกชนิด ที่พึ่งจะได้รับการเปิดเผย ในเกมที่ 3 ของซีรีย์ Ar Tonelico นี้นั่นเอง....
 
 
อาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงมีมานานแล้ว? เป็น Reyvateil โบราณหรืออย่างใด?
 
อันนี้ ก็เพราะ Reyvateil ชนิดนี้ เป็นชนิดพิเศษค่ะ พวกเธอถือกำเนิดขึ้นมานานแล้ว มีตัวตนตั้งแต่เกมภาคแรกยันจบภาค 3 เลยทีเดียว...
เพียงแต่ มีสองเหตุผลคือ.... พวกเราไม่เคยเห็นเธอเท่านั้นเอง และ พวกเราไม่เคยรู้ว่าพวกเธอมีชื่อชนิดเป็นของตัวเอง
 
 
เรามาพบกับพวกเธอเลยดีกว่า...
 
 
 
 
Beta-6D(β-6D)  
 
โอเค... ดูจากชื่อ ก็คงจะพอเดาๆ ได้ว่า จะต้องเป็น Reyvateil ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ พวก Beta-type แน่นอน....
 
Beta-6D คือ Reyvateil ที่ Cosmosphere ถูกแบ่งย่อยเพื่อใช้เป็นที่อยู่สำหรับ Cosmosphere ของ Reyvateil คนอื่นๆ ใน Server เดียวกัน ซึ่งพวกเธอไม่มีร่างกาย...
อาจจะงงเล็กน้อยว่ามันหมายความว่ายังไง เดี๋ยวเรามาเจาะรายละเอียดกันค่ะ
 
Beta-6D นั้น เป็น Reyvateil ที่ขาดร่างกาย ทำหน้าที่หลักเป็น Server ให้แก่ Cosmosphere ของ Reyvateil คนอื่นๆ เรียกว่า SH Server
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของ Song Server เลยก็ได้ เนื่องจาก เหมือนกับว่า จิตใจทั้งหมดของเธอ คือ Server หนึ่ง หรือก็คือแหล่งรวมของ Cosmosphere ทุกๆ คนที่เชื่อมต่อเข้ากับ Song Server นั้นๆ นั่นเอง
และนอกจากนั้น Beta-6D ยังเป็นต้นกำเนิด Beta-types คนอื่นๆ อีกด้วย เพราะ ข้อมูล DNA ที่จะก่อกำเนิดเป็น D-Cellophane ของ Beta-types ทุกๆ คน นั้น ถูก Extract ออกมาจาก D-Cellophane ของตัว Beta-6D นั่นเอง
 
พวก Beta-6D นั้น แบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ
- Beta-6D ที่โคลนมาจาก Origins
- Beta-6D ทั่วไป
 
Beta-6D ทั่วไปนั้น คือ Beta-6D ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ซึ่งใช้ทุนต่ำกว่า คนจึงนิยมสร้างกันมาก ในสมัย ยุคเริ่มแรกของศาสตร์เสียงเพลง และ Beta-types ที่ถือกำเนิดมาจาก Beta-6D ทั่วไปนี้ จะถูกเรียกว่า Beta-types ทั่วไป ซึ่งในปัจจุบัน ทั้ง Beta-6D และ Beta ทั่วไปนี้ ไม่มีเหลืออยู่แล้วนะจ๊ะ
 
ส่วน Beta-6D ที่โคลนมาจาก Origins นั้น ก็ถือกำเนิดมาตามชื่อ ก็คือโคลนมาจาก Origins อีกทีนั่นเอง โดยพวกนี้ จะใช้ทุนการผลิตสูงกว่า Beta-6D ทั่วไป มาก และ Beta-types ที่ถือกำเนิดมาจาก Beta-6D ชนิดนี้ จะถูกเรียกว่า Pureblooded Beta-types ซึ่งก็คือ Beta-types ทุกๆ คน ที่อยู่ในเกมนั่นเอง
 
ในหอคอย หรือ Song Server หนึ่งๆ นั้น ส่วนที่เป็นที่อยู่ของ Cosmosphere ของ Reyvateil ทุกๆ คน มีชื่อเรียกว่า SH Server(Static Hymmno Server) หรือก็คือ Server ของ คลื่นสถิตย์H นั่นเอง
โดยเจ้าของของ SH Server นี้ ก็คือ Beta-6D หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ Cosmosphere ของ Beta-6D ก็คือ SH-Server นั่นเอง
แปลว่า อารมณ์และความรู้สึกของ Beta-6D ที่เป็นเจ้าของ SH Server นั้น สามารถส่งผลกระทบต่อ Reyvateil ทุกๆ คนใน Server ได้เช่นกัน ดั่งเช่นเหตุการณ์ที่เกิดกับ Server Ar tonelico หรือหอคอยแรกในอดีต ที่ Reyvateil ทุกคน ลุกขึ้นมาต่อต้านมนุษย์ เนื่องจากการกระทำที่มนุษย์ต้องการที่จะให้ Reyvateil ทุกคนไร้อารมณ์ เป็นเพียงเครื่องจักรร้องเพลงเท่านั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของบทเพลงที่มากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เอง ทำให้ Beta-6D ของ Ar tonelico เอง โกรธ และอารมณ์เหล่านี้ก็ส่งผลให้ Reyvateil ทุกคนใน Sol Ciel ระหวาดระแวง คิดร้ายต่อมนุษย์ตลอดเวลา
เรียกได้ว่า ถ้าหากต้องการจะควบคุมความต้องการและการกระทำทุกอย่างของ Reyvateil ทั้งมวลใน Server ของตนนั้น Beta-6D ก็สามารถทำได้สบายๆ เลยทีเดียว
 
สำหรับ Origins นั้น จะใช้ SH Server คนละตัวกับ Reyvateil คนอื่นๆ ค่ะ
เพราะ Beta-6D ถูกจำกัดให้มีความถี่ของ Static H-Wave แค่ 10^11 Hz ที่มีค่าเท่าเทียมกับมนุษย์เท่านั้น จึงทำให้ Origins แต่ละคน มี SH Server เฉพาะตัวของแต่ละคนเลยทีเดียว ที่มีค่าความถี่ได้มากถึง 10^22 Hz
ซึ่ง Origins ก็ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่าย SH Server ของ Beta-6D เช่นกัน (Reyvateil คนอื่นๆ ก็มายุ่ง SH Server ของ Origins ไม่ได้เช่นกัน)
ก็ไม่ต้องบอกก็ได้ ว่าปัจจุบัน ก็มี SH Server ของ Origins อยู่สามอัน ก็คือ SH_Eolia, SH_Frelia และ SH_Tilia(คุ้นๆ มั้ยเอ่ย? เหมือนอยู่ในเพลงไหนสักเพลง 5555)
 
Beta-6D ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน มีเพียงสองคนเท่านั้น คือ Ar tonelico Beta-6D และ Harvestasya Beta-6D (ที่มีแค่สอง เพราะหอคอยที่สอง ไม่ได้ใช้เป็น Song Server นั่นเอง)
ทั้งสอง Server นี้ ไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ เพราะมีฟังค์ชั่นพิเศษบางอย่างที่แตกต่างกัน ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ Beta-6D ของ Harvestasya ที่มีฟังค์ชั่นเสริม ให้ Reyvateil สามารถร้องเพลงประเภท EXEC_FLIP_ ได้
 
 
อีกอย่างหนึ่ง.....
เรื่อง Luca ยังต้องรอการคอนเฟิร์มอีกเล็กน้อย
แต่ Sakia Rumei นั้น แน่นอนมาก ว่าเป็น Reyvateil คนเดียวที่ใช้ SH Server ของ Origin ซึ่งก็คือ SH_TILIA
เหตุผล เพราะว่า Sakia Rumei นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ Saki สามารถเข้ามาอยู่ในตัวเธอได้อย่างง่ายดาย โดยปกติแล้ว Static H-Wave ของมนุษย์ธรรมดา มีความถี่ต่ำเกินไป ไม่สามารถหยั่งถึง Static H-Wave ของพวกเทพหรือเจตจำนงค์ของดวงดาวได้ Beta-6D จึงใช้ไม่ได้ แต่ ขีดจำกัดของ SH Server ของ Origins สูงมากพอที่จะหยั่งถึง เจตจำนงค์ของดวงดาวได้ ยิ่งโดยเฉพาะของ Tilia แล้ว เพราะ Tilia ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับ เจตจำนงค์ของดวงดาว โดยเฉพาะ
 
 
 
 
 
และ Reyvateil อีกชนิดที่จะมานำเสนอต่อไปนี้ก็คือ....
 
 
Neo Pureblooded Beta-types
 
Reyvateil ชนิดนี้ เข้าใจง่ายกว่าเมื่อกี้ มาก....
 
ก็ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ Neo Beta ไม่ได้มีอะไรแตกต่างมากมายไปจาก Pureblooded Beta ธรรมดาเลย....
พวกเธอถูกพัฒนาขึ้นในช่วงท้ายยุคที่สอง เป็น Reyvateil ที่สามารถประมวลผลและร้องเพลงได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ถึงขั้นมากกว่า พวก Origins เลยก็ว่าได้ ซึ่งการพัฒนาที่ว่านี้ ก็คือการปรับ H-Wave ของพวกเธอให้บริสุทธิ์มากขึ้น โดยการไม่ให้พวกเธอมีอารมณ์ใดๆ เลย เป็น Reyvateil ที่ไร้อารมณ์... ฟังดูคุ้นๆ รึเปล่า?
 
ใช่แล้ว Neo Pureblooded Beta-type คนเดียวที่ปรากฏตัวในเกม และเป็นคนเดียวที่เหลือรอดอยู่ก็คือ Mir หรือ Jakuri นั่นเอง!!
 
ว่ากันว่า Neo Beta ที่เหลือรอดมาถึงขั้นสุดท้ายได้ มีเพียง 4 คนเท่านั้นคือ Mir, Mayfeel, Midir, และ Ar Meduel ซึ่งมี Mir คนเดียวที่ถือกำเนิดมาได้ ส่วน Midir ได้ข่าวว่า Tenba กำลังดำเนินการเตรียมปลุก ส่วนสองคนที่เหลือ ไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด....
 
 
 
 
 
 
จบ เอนทรี่ เย่ะ!!